
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติจากการตั้งรับจ่ายเงินเยียวยาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การวางแผนและถ่ายโอนความเสี่ยงล่วงหน้าผ่านระบบประกันภัย โดยจะเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
นายเอกภพ กล่าวว่า การจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ถือเป็นกลไกเชิงรุกของรัฐบาลในการรับมือกับความผันผวนของสภาวะอากาศโลก ที่ทำให้ภัยธรรมชาติติดต่อกันถี่และรุนแรงขึ้น การนำระบบประกันภัยมาใช้จะช่วยให้ภาครัฐประเมินได้ว่า ความเสี่ยงส่วนใดรัฐรับไว้ และส่วนใดควรกระจายออกไป ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนของงบประมาณแผ่นดิน พร้อมทั้งช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเงินช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
โฆษกรัฐบาล ระบุถึงรายละเอียดว่า ด้านที่อยู่อาศัยจะดูแลครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือน ตามฐานข้อมูลกรมการปกครอง ณ วันที่ 10 กันยายน โดยคุ้มครอง 3 ภัยหลัก ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินชดเชยสูงสุด 1 แสนบาทต่อหลังคาเรือนต่อภัย แบ่งเป็นอุทกภัย จ่ายเบื้องต้น 10,000 บาท และจ่ายเพิ่มสูงสุด 90,000 บาท ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหว จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเพิ่มสูงสุด 95,000 บาท รวมทั้งคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 2 ล้านบาทต่อคน



