คลังชง ครม. 22 ก.ย. นี้ ขยายเวลา ‘ไทยช่วยไทย พลัส’

Date:

วันนี้ (20 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) ว่า ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสมรวม 161,555.6 ล้านบาท มีประชาชนได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,528 ราย สะท้อนการหมุนเวียนของเม็ดเงินจากมาตรการไปสู่ประชาชน ร้านค้า และผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าครองชีพ

ยอดใช้จ่ายสะสม 161,555.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินภาครัฐร่วมจ่าย 92,900.7 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 68,654.9 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติรวม 155,335.8 ล้านบาท และผ่าน Food Delivery รวม 6,219.8 ล้านบาท

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จุดสำคัญของโครงการไทยช่วยไทย พลัส ไม่ได้อยู่เพียงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่เป็นกลไกร่วมจ่ายที่นำเงินภาครัฐมาสมทบกับกำลังซื้อของประชาชน และส่งต่อไปเป็นรายรับของร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคบริการ ช่วยให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในช่วงที่ประชาชนและภาคธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

“ยอดใช้จ่ายกว่า 1.61 แสนล้านบาท สะท้อนว่าความช่วยเหลือถูกนำไปใช้กับสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน ขณะที่ประชาชนร่วมจ่ายกว่า 6.86 หมื่นล้านบาท ทำให้เม็ดเงินจากภาครัฐสามารถต่อยอดเป็นกำลังซื้อและรายรับของร้านค้าได้มากขึ้น มาตรการนี้จึงช่วยทั้งลดภาระประชาชนและประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน” นางสาวลลิดากล่าว

ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงาน โดย Fitch Ratings ประเมินว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อเงินเฟ้อ กำลังซื้อ และต้นทุนของภาคธุรกิจ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังมีแรงสนับสนุนจากการบริโภคและมาตรการภาครัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับมาตรการที่ช่วยประชาชนได้ตรงจุดและทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง ไทยช่วยไทย พลัสจึงดูแลทั้งสองด้านพร้อมกัน คือช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และช่วยประคองรายได้ของผู้ประกอบการ โดยยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสะท้อนการหมุนเวียนของกำลังซื้อไปสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

สำหรับแนวทางดำเนินมาตรการในระยะต่อไป กระทรวงการคลังเตรียมนำผลการดำเนินงานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 โดยการขยายระยะเวลา วงเงิน สิทธิ หรือเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลจะแจ้งรายละเอียดอย่างเป็นทางการให้ประชาชนทราบโดยเร็ว จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางราชการ และอย่าหลงเชื่อข้อความที่ระบุว่าโครงการระยะต่อไปได้รับอนุมัติแล้วก่อนมีมติคณะรัฐมนตรี

สำหรับโครงการระยะปัจจุบัน ผู้ได้รับสิทธิยังสามารถใช้สิทธิได้ตามหลักเกณฑ์จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 60 ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งนี้ สิทธิคงเหลือในแต่ละเดือนไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน ออกเดินทางไปกรุงโตเกียว ก่อนเดินทางต่อสหรัฐฯ ร่วม UNGA81

นายกฯ อนุทิน ออกเดินทางไปกรุงโตเกียว ประชุมขับเคลื่อนงานของหน่วยงานตัวแทนประเทศไทยในญี่ปุ่น ก่อนเดินทางต่อสหรัฐฯ ร่วม UNGA81 เดินหน้าความร่วมมือระหว่างประเทศ–การค้า การลงทุน และดิจิทัล

‘พาณิชย์’ เดินหน้าปั้น ‘ข้าวประณีต’ ต้นแบบข้าวไทย

‘พาณิชย์’ เดินหน้าปั้น ‘ข้าวประณีต’ ต้นแบบข้าวไทย สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่แปลงนาถึงตลาด เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ใช้จ่ายทุกวัน กับบัตรกรุงศรี เดบิต และ Krungsri Boarding Card

ใช้จ่ายทุกวัน คุ้มได้ทุกไลฟ์สไตล์ กับบัตรกรุงศรี เดบิต และ Krungsri Boarding Card

กรุงศรี รวมพลังเครือข่ายธุรกิจ เปลี่ยน Transition Plan สู่การลงมือทำจริง

กรุงศรี รวมพลังเครือข่ายธุรกิจ เปลี่ยน Transition Plan สู่การลงมือทำจริง ผ่านเวที Krungsri ESG Minute of Changes ต่อยอดการเรียนรู้สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน