
20 กันยายน 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีคำกล่าวของนายพิพัฒน์ เกี่ยวกับการบริหารจัดการชุมชนโดยรอบท่าเรือกรุงเทพ จำนวน 26 ชุมชน ซึ่งระบุว่าจากการหารือเบื้องต้น ทางชุมชนไม่ได้ขัดข้องในการย้ายออก โดยนายพงศกรได้เรียกร้องความชัดเจนใน 4 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. หยุดสรุปเองเออเองจากการประชุมแบบปิด ขอเรียกร้องให้นายพิพัฒน์อย่าด่วนสรุปเอาเองว่าชาวบ้านยินดีให้ไล่รื้อ การที่ระบุว่าชุมชนไม่ขัดข้องนั้น เป็นเพียงการเชิญเฉพาะกลุ่มคนที่เลือกไปร่วมประชุมบนห้องแล้วสรุปผลกันเอง โดยในความเป็นจริงมีการกีดกันไม่ให้ชาวบ้านผู้อยู่อาศัยตัวจริงเข้าถึงการประชุมและแสดงความคิดเห็น
2. เรียกร้องการเปิดเวทีสาธารณะในพื้นที่คลองเตย หากรัฐบาลมีความจริงใจในการรับฟังเสียงของประชาชน ขอให้ลงมาเปิดเวทีสาธารณะในพื้นที่คลองเตย เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้รับรู้ข้อมูลและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเรียกคุยแค่บางคนแล้วนำมาอ้างว่าเป็นมติของชุมชนทั้งหมด
3. ทบทวนแผนพัฒนา “เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” สำหรับการผลักดันนโยบายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ (ที่ระบุว่าไม่มีบ่อนกาสิโน) ขอตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่เริ่มต้นการพัฒนาจากพื้นที่ว่างเปล่าอื่น ๆ ที่สามารถใช้งานได้เลยทันที แต่กลับมุ่งเป้ามาที่การไล่รื้อพื้นที่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชาวบ้านทั้งหมดบริเวณ “ท้องมังกร” (ตามหลักฮวงจุ้ย) ก่อนเป็นอันดับแรก
4. กรุงเทพฯต้องการพื้นที่สาธารณะและที่พักอาศัยราคาถูก ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า แม้จะมีข้อมูลระบุว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จะต้องจัดสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ทดแทนให้และทยอยดำเนินการย้ายเป็นเฟส แต่สิ่งสำคัญคือ กรุงเทพมหานครไม่ได้ต้องการห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้น สิ่งที่ประชาชนและเมืองต้องการอย่างแท้จริงคือ พื้นที่สาธารณะ สวนสาธารณะ และพื้นที่อยู่อาศัยราคาถูกที่เข้าถึงได้
นายพงศกร ย้ำว่า การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนต้องเกิดจากการมีส่วนร่วม ไม่ใช่การรวบรัดตัดตอนและละเลยเสียงของคนในพื้นที่ จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางดังกล่าว และลงมารับฟังปัญหาจากปากของชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา



