
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เปิดหน่วยบริการทะเบียนเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครนายก ระหว่างวันที่ 16–25 ตุลาคม 2569 ให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนและคัดรับรองเอกสารทางทะเบียนตามจุดบริการต่าง ๆ เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางและให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น
สำหรับวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 เปิดให้บริการในพื้นที่ ดังนี้
1.จังหวัดปราจีนบุรี ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ชั้น 1 อำเภอเมืองปราจีนบุรี
2.เทศบาลตำบลกบินทร์ และองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
3.จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดให้บริการ
ในพื้นที่อำเภอบางคล้า
3.1 ณ วัดหัวไทร
3.2 จุดบริการบริเวณปากทางเข้าองค์การบริหารส่วนตำบลบางกระเจ็ด 3.3 บริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก ปากทางเข้าวัดเสม็ดเหนือ โดยแต่ละจุดเปิดให้บริการตามวันและเวลาที่กำหนด
และวันที่ 21–25 ตุลาคม 2569 เปิดให้บริการในพื้นที่
1. อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
– 21 ต.ค. ณ อบต.บางปลากด
– 22 ต.ค. ณ วัดอรุณรังษี ต.บางลูกเสือ
– 23 ต.ค. ณ มัสยิดไซคุ้ลอิสลาม ต.บึงศาล
– 24 ต.ค. ณ ทต.บางสมบูรณ์
2. อำเภอบางน้ำเปรี้ยว
– 21 ต.ค. ณ อบต.ดอนฉิมพลี
– 22 ต.ค. ณ วัดบางไทร ต.โยธะกา
– 23 ต.ค. ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทต. ดอนเกาะกา
– 24 ต.ค. ณ อบต.บึงน้ำรักษ์
– 25 ต.ค. ณ อบต.ศาลาแดง
3. อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ หมู่บ้านจัดสรรบาหลี ต.คลองหลวงแพ่ง
โดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง จะจัดหน่วยบริการหมุนเวียนตามจุดต่าง ๆ ทั้งวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพื้นที่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่เวลา 09.30–20.30 น. ยกเว้นจุดบริการ ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งเปิดให้บริการเวลา 10.30–20.30 น. สามารถตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่ให้บริการของแต่ละพื้นที่ได้จากตารางประชาสัมพันธ์ เพื่อวางแผนเข้ารับบริการได้ตรงตามกำหนด
รัฐบาลดึงเงินทุนธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์ ลงทุนพลังงานสะอาดและการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ ควบคู่ให้ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกร และชุมชน ลดต้นทุนพลังงานปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว



