
วันที่ 19 ตุลาคม ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานได้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ ด้วยการปรับลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการและลดระดับความเสี่ยงของกิจการที่เปิดดำเนินการอยู่ โดยคาดว่าจะมีนายจ้างได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ 344,521 แห่ง หรือประมาณร้อยละ 75 ของนายจ้างทั้งหมด
ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนของผู้ประกอบการ เพื่อแบ่งเบาภาระ ซึ่งการดำเนินมาตรการดังกล่าวนี้ จะไม่มีนายจ้างรายใดต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นจากเดิม และจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้รวมกว่า 1,700 ล้านบาทต่อปี
ขณะเดียวกันมาตรการนี้ ก็จะไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง โดยการคุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ยังคงได้รับสิทธิครบถ้วนตามเดิม โดยได้ประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบ เพื่อให้กองทุนเงินทดแทนมีเสถียรภาพและมีเงินเพียงพอสำหรับดูแลลูกจ้างอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า การปรับลดเงินสมทบดังกล่าว ครอบคลุม 452 รหัสกิจการ จากทั้งหมด 1,091 รหัสกิจการ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของกิจการ พร้อมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณอัตราค่าประสบการณ์ โดยเพิ่มส่วนลดสูงสุดจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70 เพื่อจูงใจให้สถานประกอบการดูแลความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลดการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยประกาศดังกล่าวของกระทรวงแรงงาน จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป



