
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้กำชับเรื่องการเตรียมพร้อมชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไรบ้างว่า นายกฯเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ดังนั้นถือว่าทุกกระทรวงต้องเตรียมความพร้อมในการชี้แจง เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานกันเป็นทีมเวิร์คอยู่แล้ว ในองค์ประกอบของรัฐบาลมีเพียง 2 พรรคการเมือง การประสานงาน การขอความร่วมมือต่างๆไม่ยาก เมื่อถามว่าจากรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายกังวลกระทรวงใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สำนักนายกฯกับกระทรวงมหาดไทย ตนก็ต้องทำการบ้านเยอะๆ เมื่อถามว่าดูท่าทีนายอนุทิน มั่นใจการตอบคำถามของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะไปบอกว่ามั่นใจไม่ได้ อันนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยมีการลงมติ ถามว่ามั่นใจในตัวเองหรือไม่ ข้างในมั่นใจแต่จะมาบอกว่ามั่นใจมากครับมันพูดอย่างนี้ไม่ได้
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าเสียงไว้วางใจในการอภิปรายจะมากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ถ้าถามก็ต้องกลับไปดูในประวัติศาสตร์คนจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก มีแต่อนุทิน 1 ที่มีเสียงข้างน้อยเท่านั้น แต่ตอนนั้นยังไม่มีการอภิปรายก็ยุบสภาฯไปก่อน แต่พอมาเป็นอนุทิน 2 เสียงสนับสนุนในสภาฯวันนี้เกือบ 300 เสียง”
เมื่อถามว่าวันที่ไปทานข้าวร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้คุยอะไรกันบ้าง นายอนุทินหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “ต้องตอบด้วยหรือ คนเป็นเพื่อนกัน“ เมื่อถามว่ามีกระแสพรรคกล้าธรรมจะยุบพรรคแล้วมารวมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ”ผมบอกแล้วว่ามันเป็นกระแส แล้วทำไมไม่คิดว่าผมกับ ร.อ.ธรรมนัส คบกันมาตั้งแต่ท่านเป็นผู้กองจริงๆ เทียบรุ่นนักเรียนนายร้อย 25 แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮาพึ่งพากันมาโดยตลอด พบปะพูดคุยกันอยู่เสมอ เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ถ้าบอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทำทุกอย่างได้ แล้วทำไมวันนี้ท่านไม่อยู่ในรัฐบาล ทุกอย่างต้องแยก เรื่องประเทศชาติบ้านเมืองก็เป็นเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง เรื่องมิตรภาพก็ยังดี ผมกับร.อ.ธรรมนัส ยังดำรงมิตรภาพที่ดีต่อกันได้ แต่เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมืองครับ
เมื่อถามว่ากระแสข่าวพรรคกล้าธรรม จะเข้ามาร่วมรัฐบาล รวมถึงยุบพรรคมารวมกับพรรคภูมิใจไทย หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันยังไม่เกิด เรื่องแบบนี้จะพูดก่อนได้อย่างไร มีใครเขาพูดก่อน ไม่มี เมื่อถามย้ำว่ากระแสที่จะยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามเพียงแต่หัวเราะ ผู้สื่อข่าวถามว่าหมายความว่าจะดูบรรยากาศการอภิปรายก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่มีความหมายอะไร เมื่อถามว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ถามเรื่องงานดีกว่า วันนี้อนุมัติเรื่องที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนกับประเทศไทยตั้งหลายเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สังคมมองว่าวันนี้รัฐบาลเข้มแข็งอยู่แล้ว จะต้องเติมเสียงเข้ามาอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลทำงานเต็มที่ เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภารัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมสำหรับการชี้แจงข้อสงสัยแก้ข้อกล่าวหาต่างๆ แต่เรื่องการทำงานของรัฐบาลยังคงต้องทำงานอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าหากพรรคกล้าธรรมโหวตให้จะนำมาพิจารณาดึงมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การลงมติทุกอย่างเอกสิทธิ์ เอาไว้ให้มันเกิดขึ้นก่อน รอไม่นาน วันนี้จะมีการหารือของวิป 3 ฝ่าย รัฐบาลตอนนี้มีช่วงเวลาที่รัฐมนตรีทุกคนไม่มีภารกิจจะได้ไปฟังการอภิปายได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวลภารกิจอื่นก็มีช่วงวันที่ 27-29 ต.ค. และลงมติวันที่ 30 ต.ค. นี่คือข้อเสนอของรัฐบาล ส่วนผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการหารือของวิป 3 ฝ่าย สัปดาห์ที่ผ่านมาเราเสนอไปแบบนี้ก็ถูกประธานสภาฯดุมา ว่าไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เพราะต้องเป็นเรื่องที่วิป3 ฝ่ายต้องหารือกันร่วมกับประธานสภาฯ ตนก็นึกว่าในส่วนของรัฐบาลก็ได้แจ้งตรงนี้ไป แต่เราอาจใช้คำพูดผิดว่าคือสิ่งที่รัฐบาลต้องการ ต้องพูดว่าเป็นข้อเสนอ จึงต้องขออภัยด้วย
เมื่อถามว่ามีการมองข้ามช็อตว่าหลังการซักฟอกเสียงรัฐบาลจะมากขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องทีละขั้นตอน ตอนนี้ยังไม่ซักฟอกเลย หลักซักฟอกเสร็จต้องชี้แจงแล้วลงมติ กว่าจะรู้ว่ามากขึ้นหรือน้อยลงต้องรอตรงนั้นก่อนค่อยมาถาม เมื่อถามว่าการตอบเช่นนี้เท่ากับไม่ปฏิเสธว่าพรรคกล้าธรรมมีโอกาสร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนยังไม่รู้เลยว่าแต่ละคนจะได้คะแนนเท่าไหร่ สมัยที่ตนโดนอภิปรายตั้งแต่เป็นรมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย ถามว่ารู้หรือไม่ว่าจะได้กี่คะแนน นั่งลุ้นทุกทีว่าจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น ลุ้นแม้กระทั้งว่าจะผ่านหรือไม่ ไม่มีอะไรมาบอกได้ว่าอย่างนี้ชัวร์ๆผ่านๆเพราะเรามีเสียงข้างมาก เราไม่ได้บริหารบ้านเมืองแบบนี้ เราต้องมั่นใจในข้อมูลที่เราตอบข้อซักถามตอบข้อสงสัยข้อกล่าวหาของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งเราต้องตอบไม่ใช่แค่ตนคนเดียว แต่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายอีก 17 คนก็ต้องตอบ
เมื่อถามว่าจะมีปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “โอ๊ย อย่าเพิ่งไปถาม” เมื่อถามถึงกระแสข่าวกระทรวงริมน้ำที่จะยกให้พรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่ากระทรวงริมน้ำแปลว่าอะไร ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่ากระทรวงพาณิชย์ และถามด้วยว่าวันนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ยังแข็งแรงอยู่หรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะแต่ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่าสมมติหากพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลจริงๆ นายอนุทิน ตอบสวนทันทีว่า “อย่าสมมุติ รอ” เมื่อถามว่าหากเป็นแบบนั้นจะให้โคตาของพรรคภูมิใจไทยหรือเกลี่ยโคตาพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันสมมติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปรายและยังไม่ลงคะแนนเลย รัฐบาลทำงานให้ประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะอยู่ใครจะไปใครจะมาใคร จะเปลี่ยนรัฐบาล ต้องทำงานให้ประชาชนและประเทศอย่างเต็มที่ตรงนี้จะไม่เสีย



