รัฐบาล เดินหน้าสินเชื่อฟื้นฟู SME น้ำท่วม 3 หมื่นล้านบาท

Date:

วันที่ 22 ตุลาคม นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยของกระทรวงการคลัง รวมถึงโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการซ่อมแซมสถานประกอบการ ฟื้นฟูทรัพย์สิน และเสริมสภาพคล่องให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ พร้อมเห็นชอบให้แยกบัญชีโครงการเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA)

นางสาวลลิดากล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องการสร้างความเข้าใจคือ โครงการดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กิจการที่ตั้งอยู่นอกเขตประกาศภัยและได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของโครงการได้เช่นกัน โดยครอบคลุมกิจการด้านการผลิต การบริการ การค้าส่ง และการค้าปลีก ทั้งนี้ ต้องมีหลักฐานความเสียหายและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นรายกรณี

“ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แม้กิจการจะอยู่นอกเขตประกาศภัย ก็ไม่ควรตัดโอกาสของตนเอง เพราะหลักเกณฑ์เปิดช่องให้พิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้ อย่างไรก็ตาม การเข้าเกณฑ์โครงการไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ ยังต้องผ่านการพิจารณาของสถาบันการเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด” นางสาวลลิดากล่าว

สำหรับผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นผู้ประกอบการ SME ที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ครอบคลุมทั้งลูกหนี้เดิมและลูกหนี้รายใหม่ โดยบัญชีลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการต้องไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) กำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย เมื่อรวมจากทุกสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ และพิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

นางสาวลลิดาอธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ธนาคารออมสินจะสนับสนุนเงินทุนแก่สถาบันการเงินในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อต่อให้ SME โดยผู้ประกอบการที่กู้เงินจะได้รับอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 3.50 ต่อปีในปีที่ 1–2 และไม่เกินร้อยละ 5.00 ต่อปีในปีที่ 3–5 ส่วนกรณีที่มีระยะเวลาชำระเงินกู้เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไปให้เป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด จึงขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบรายละเอียดและวางแผนภาระชำระหนี้อย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ โครงการกำหนดกรอบระยะเวลายื่นขอสินเชื่อภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยผู้ประกอบการสามารถสอบถามธนาคารออมสินหรือสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อตรวจสอบวันเปิดรับคำขอ คุณสมบัติ และเอกสารประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะหลักฐานความเสียหายสำหรับกิจการที่อยู่นอกเขตประกาศภัย หรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ธนาคารออมสิน สายด่วน 1115

“รัฐบาลมุ่งให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ SME ที่ต้องการเงินทุนฟื้นฟูกิจการและรักษาการจ้างงาน พร้อมย้ำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขอย่างครบถ้วน เพื่อใช้ประโยชน์จากมาตรการสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้ธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้โดยเร็ว” นางสาวลลิดากล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘เอกนิติ’ หารือ ‘Goldman Sachs’ ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) 

‘เอกนิติ’ หารือ ‘Goldman Sachs’ ด้านตลาดการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

กรุงไทยสนับสนุน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026

กรุงไทยสนับสนุน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ทางการแพทย์ ยกระดับระบบสุขภาพไทยสู่ยุคดิจิทัล

รัฐบาล ขยายเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส”

รัฐบาล ขยายเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ถึง ธ.ค.70 เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีรายได้ มีอาชีพ เป็นเจ้าของธุรกิจรายใหม่

กรมศุลกากร ยกระดับเข้มนำเข้าเศษโลหะและเศษยาง

กรมศุลกากร เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ยกระดับเข้มงวดเปิดตรวจทางกายภาพทุกตู้ พร้อมเสนอห้ามนำเข้าเศษโลหะและเศษยาง