
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 27 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) 4 ฉบับที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาษีบาปว่า เป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดยนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นร่างกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ส่วนรัฐบาลจะทำร่างประกบหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มี
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาคัดค้าน ร่างพ.ร.บทั้ง 4 ฉบับที่จะเดินทางมาชุมนุมบริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ได้นัดหมายกับตัวแทนรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวติดตลกว่า ต้องนัดหมายกับนายศุภชัย ยืนยันว่า ที่เสนอเป็นร่างของพรรคภูมิใจไทยโดยนายศุภชัย
เมื่อถามว่า หากร่างพ.ร.บ.นี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช่หรือไม่ เนื่องจากเป็นร่างที่เสนอโดยพรรคการเมือง นายปกรณ์ กล่าวว่า 4 ร่างพ.ร.บ.นี้เป็นร่างกฎหมายการเงิน จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องส่งมาให้นายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง ยังไม่ทราบว่าส่งมาแล้วหรือยัง และเข้าใจว่ากระบวนการอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ถ้าเสร็จแล้วสภาฯคงจะส่งมาให้นายกรัฐมนตรีพิจารณารับรอง ส่วนจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายมีข้อเสนอแนะอะไรหรือไม่ เนื่องจากร่างพ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับนี้ ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์และกดดันและจะขยายเป็นความขัดแย้ง เพราะเกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์ด้วย นายปกรณ์ กล่าวว่า เอาว่าเป็นเรื่องกฎหมายดีกว่า อย่ามองเป็นเรื่องกระแสสังคม ก็ว่ากันไปตามหลัก ดีเบตกันได้ เป็นเรื่องปกติ
‘ปกรณ์’ ยังไม่เห็นคำร้อง “ทักษิณ” ขอนิรโทษฯ ยัน ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมาย
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอนิรโทษล้างมลทินทางคดี ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯว่า ตนยังไม่เห็น อยู่ระหว่างคณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านยุติธรรมไปรวบรวมเรื่อง ซึ่งประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ได้ให้เวลากับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ อัยการ และศาล ช่วยดูว่า เรื่องต่างๆ นั้นไปถึงไหนแล้ว หากรวบรวมได้ว่ามีกี่คดีอะไรบ้าง มีการสั่งฟ้องอะไรไปแล้ว อย่างน้อยจะได้ข้อมูลเบื้องต้น แล้วจึงจะมาประชุมได้ ส่วนคำร้องที่ยื่นเข้ามาเราได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านยุติธรรมที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน คงพิจารณาและเสนอความเห็นเข้ามา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและรายละเอียดของคดี
เมื่อถามว่า รายละเอียดคำร้องของนายทักษิณจะเข้าเกณฑ์ตามกฏหมายหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่ท ยังไม่เห็นคำร้อง เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากภารกิจต่างประเทศ
เมื่อถามว่า จะประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ครั้งต่อไปเมื่อใด นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนจะลองถามปลัดกระทรวงยุติธรรมว่าข้อมูลเรียบร้อยแล้วหรือยัง แล้วค่อยว่ากัน



