
วันที่ 28 ตุลาคม นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนว่า รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติผ่านระบบประกันภัย โดยล่าสุดมีวงเงินสินไหมทดแทนอนุมัติแล้ว 20,035,000 บาท และอยู่ระหว่างพิจารณาอีก 354,245,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นฟูชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
สำหรับผลการดำเนินงาน แบ่งเป็นกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม มีการโอนสินไหมแล้ว 1 รายการ จำนวน 2 ล้านบาท อนุมัติแล้วอีก 8 รายการ จำนวน 16 ล้านบาท และอยู่ระหว่างพิจารณา 29 รายการ ขณะที่กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม อนุมัติสินไหมแล้ว 209 รายการ วงเงิน 2,025,000 บาท
ทั้งนี้ มีการรับแจ้งความเสียหายจากอุทกภัย 28,970 รายการ อนุมัติแล้ว 198 รายการ วาตภัย 1,309 รายการ อนุมัติแล้ว 11 รายการ และแผ่นดินไหว 43 รายการ โดยมีพื้นที่รับแจ้งเหตุรวม 73 จังหวัด จังหวัดที่มีการแจ้งเหตุสูงสุด ได้แก่ เพชรบุรี 5,324 รายการ ลพบุรี 3,725 รายการ ชัยนาท 2,877 รายการ กรุงเทพมหานคร 2,403 รายการ และนครสวรรค์ 2,125 รายการ
นางสาวลลิดากล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วม 11 แห่ง ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอแคร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่เกิดขึ้นล่าสุด รัฐบาลยืนยันว่า ความเสียหายจากเหตุดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของโครงการประกันภัยพิบัติภาครัฐ โดยผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการรับแจ้งเหตุและการพิจารณาสินไหมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับสิทธิตามความคุ้มครองอย่างทั่วถึง และลดความเสี่ยงที่ผู้ประสบภัยจะตกหล่นจากการรับความช่วยเหลือ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยใช้ระบบประกันภัยเป็นอีกหนึ่งกลไกช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างหลักประกันให้ครัวเรือนที่ประสบความเสียหาย พร้อมติดตามการพิจารณาสินไหมทดแทน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือตามเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างรวดเร็วและทั่วถึง” นางสาวลลิดากล่าว



