
สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หารือสภาฯ ส่งเสียงสะท้อนถึงรัฐบาล จี้สอบต้นตอดินถล่มภูเก็ต ฝนตกหนักหรือการก่อสร้าง-ถมดินขวางทางน้ำ พร้อมเร่งวางระบบเตือนภัย-แผนอพยพรับมือเชิงรุก ชี้ประเด็นสำคัญรัฐบาลมีกองทุนประกันภัยพิบัติ 15,000 ล้านบาท ประชาชนต้องรู้ชัดเข้าเกณฑ์เคลมได้หรือไม่ ยื่นเรื่องที่ไหน ย้ำอย่าเอาแต่บอกว่ากำลังถอดบทเรียน
28 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ นำปัญหาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติเข้าสู่ระเบียบวาระการหารือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล โดยเบื้องต้นได้กล่าวแสดงความห่วงใยในนามส่วนตัวและในนามพรรคประชาธิปัตย์ ต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง
นายกาญจน์ ได้ยื่นข้อเรียกร้องและตั้งคำถามไปยังรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. ตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด รัฐบาลต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ดินสไลด์และดินโคลนถล่มเกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเพียงอย่างเดียว หรือมีปัจจัยซ้ำเติมจากการลักลอบก่อสร้างและถมดินกีดขวางทางระบายน้ำตามธรรมชาติร่วมด้วยหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคารอย่างจริงจัง หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมหรือความเสียหาย ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
2. วางระบบเตือนภัยและแผนเผชิญเหตุก่อนเกิดภัยซ้ำรอย รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกในการป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ประชาชนไม่ควรตกอยู่ในสภาวะจำยอมที่ต้องรอให้น้ำท่วมหรือดินถล่มทับบ้านเรือนก่อนแล้วจึงรอรับความช่วยเหลือภายหลัง สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการจัดทำระบบแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ แผนเผชิญเหตุและการอพยพที่เป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดระเบียบและจำแนกพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติอย่างเคร่งครัด
3. ความชัดเจนเรื่องสิทธิเงินชดเชย “ประกันภัยพิบัติ 15,000 ล้านบาท” รัฐบาลเพิ่งมีโครงการประกันภัยพิบัติวงเงิน 15,000 ล้านบาท แต่ชาวภูเก็ตที่ประสบภัยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องสิทธิการคุ้มครอง รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าเหตุการณ์ดินถล่มและน้ำท่วมรอบนี้เข้าเงื่อนไขกรมธรรม์หรือไม่ ความเสียหายต่อบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย และร้านค้าของผู้ประกอบการสามารถเบิกจ่ายได้ตามเกณฑ์ใด และประชาชนต้องนำหลักฐานไปยื่นคำร้องที่หน่วยงานใด ขั้นตอนเป็นอย่างไร
นายกาญจน์ ย้ำทิ้งท้ายเพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐเร่งลงมือปฏิบัติและเยียวยาผู้เดือดร้อนโดยไม่ล่าช้าว่า งบประมาณประกันภัยพิบัติมีพร้อมอยู่แล้ว แต่ผู้ประสบภัยที่กำลังสิ้นเนื้อประดาตัวต้องการความชัดเจนในสิทธิประโยชน์ของตนเอง ไม่ใช่การรอคอยอย่างไร้จุดหมาย พร้อมเตือนรัฐบาลว่า “อย่าบอกนะครับว่ากำลังถอดบทเรียนอยู่” นายกาญจน์ กล่าว



