
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนบางแห่งเปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน โดยมีชื่อบริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัท รวมถึงบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วย โดยนายกฯ ย้อนถามว่า ใครวิพากษ์วิจารณ์ ต้องขอถามตรงนี้ก่อน ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า มีสื่อมาเปิดเผยข้อมูล นายกฯ ย้อนถามอีกว่า สื่อไหน ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า ก็มีหลายสื่อที่แชร์ๆกัน
ก่อนที่นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ก็เหมือนที่ตนพูดว่าจับข้อมูลทางนั้นทางนี้ทีแล้วมานั่งเทียนมโน ซึ่งรายชื่อบริษัทตนได้ไปสอบถาม กฟภ. และ กฟน. ซึ่งในเรื่องนี้ตนไม่ได้ว่าสื่อทั้งหมด แต่หมายถึงสื่อที่ตั้งใจจะหาเรื่อง ไปเอาบัญชีรายชื่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างที่ผ่านการคัดเลือก หรือ Vendor List ออกมาทั้งหมด ถ้าเขามีสติปัญญาเพียงพอ คือเขาไปเน้นบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่จะไปรับจ้างติดโซล่ารูฟบ้านละ 2 แผ่นจะไปทำได้อย่างไร แต่ Vendor List หาก กฟภ. และ กฟน. ต้องการมีประมูลทำโครงการโซลาร์ฟาร์มเป็นร้อยๆเมกะวัตต์ เขาก็เป็น Vendor List เหมือนกรมทางหลวงที่มี Vendor List ขึ้นทะเบียนบริษัทเป็นระดับชั้น ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่าทุกบริษัทจะได้งาน ซึ่งพอเขาเห็นชื่อบริษัท กัฟล์ , ซิโน-ไทยฯ เขาพูดถึง แต่พอชื่อเล็กๆไม่พูดถึงชื่อใหญ่ๆ ก็นั่งเทียนกันไป รับงานใครมาก็ไม่รู้ ก็ใช้นิสัยแบบนี้ทำมาหากินแบบนี้ไม่ได้หรอก
“เดี๋ยวนี้คุณมีข้อมูล ผมก็มีข้อมูล จะมาหลอกพี่น้องประชาชนแบบนี้ไม่ได้ ขอให้มีความเป็นมืออาชีพ เป็นสื่อมวลชนต้องสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชน ไม่ใช่ไปเขียนโดยปราศจากความรู้ และความรอบรู้ต่างๆ” นายกฯ ระบุ
เมื่อถามว่า มีผู้ประกอบการรายเล็กแสดงความคิดเห็นว่า การกำหนดเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ เหมือนเป็นการเอื้อให้บริษัทใหญ่ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลพูดแล้วว่า ทุกอย่างต้องมีความเป็นธรรมเที่ยงธรรม และกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ให้มีความยุติธรรม จะมาพูดว่ารายเล็กอ้างว่ากำหนดคุณสมบัติให้บริษัทใหญ่ รายเล็กคือใคร และทำไมเขาถึงทำไม่ได้ เขายังมีช่องทางยื่นร้องเรียน หรือยื่นอุทธรณ์ ซึ่งไม่มีปัญหาเราพร้อมรับฟังทุกฝ่าย แต่เรื่องนี้เป็นการติดตั้งพลังงานไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือน เราต้องมั่นใจว่า คนที่มาติดตั้งจะมีมาตรฐาน รวมถึงอุปกรณ์ที่ต้องมีมาตรฐาน ถ้าร้อนนิดหน่อย เดี๋ยวก็ไฟลุก ไฟไหม้แบบนี้ยุ่งตายเลย ดังนั้นคนที่จะมาทำให้ต้องผ่านมาตรฐาน ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปของหน่วยงานราชการที่กำหนดไว้ ไม่ใช่แค่เฉพาะมาตรฐานของ กฟภ. และ กฟน.
นายกฯ ระบุว่า หากเห็นว่าตรงไหนไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรมยังมีช่องทางอีกมาก เช่น การแจ้งต่อกรมบัญชีกลาง ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัด หรือถ้าดูแล้วส่อทุจริตก็ไปร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทีเรื่องอื่นเห็นไปกันง่ายๆ แต่เรื่องนี้ไปไม่ถูก ยืนยันว่า เราพร้อมอยู่แล้ว
“ผมให้คำยืนยัน และพูดไปแล้วในหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ผมเข้ามาเป็น มท.1 ว่าเรื่องวางสเปก กำหนดสเปกต้องไม่มี เพราะผมเคยเห็นคนที่โดนแบบนี้มา และผมก็ไม่ชอบ ดังนั้นใครจะมากำหนดสเปกเอื้อใคร ไม่ผ่านผมหรอก ขอให้มีความมั่นใจ ผมเกลียดตรงนี้อยู่แล้ว ผมจึงมาอยู่ตรงนี้ เพื่อมาแก้ในสิ่งที่ผมเกลียด ผมเคยโดนมาสมัยอยู่ภาคเอกชน แต่ถ้าถามว่าผมจะมาเอาคืนหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องทุจริต การกลั่นแกล้งผู้ประกอบการ และคนที่ทำมาหากินโดยสุจริต ผมเอาคืนแน่ถ้า เพราะผมเคยถูกกระทำมาก่อน วันนี้ผมมากำกับดูแลทั้งนโยบาย สั่งการ และดำเนินการ ผมไม่ให้เกิดขึ้นหรอก“ นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า การกำหนดคุณสมบัติผู้รับงานให้รัดกุมขนาด เพื่อป้องกันการทิ้งงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า บริษัททิ้งงานก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การกำหนดคุณสมบัติเหล่านี้เจ้าใดเจ้าหนึ่งจะมาทำให้ 1 ล้านครัวเรือนได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ซึ่งตนยังไม่ทราบ และยังไม่เห็นข้อกำหนด และเชื่อว่า ผู้ว่าฯกฟภ. และผู้ว่าฯกฟน. เคยเห็นตนปฏิบัติต่ออดีตผู้ว่าการทั้งสองหน่วยงาน สมัยที่ตนเป็นมท.1 ใหม่ๆ ที่ขณะนั้นยังไม่ได้เป็นนายกฯ มีเรื่องไม่ค่อยดีพรรค์นี้เกิดขึ้น ตนก็ดำเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อย เกิดความถูกต้องทุกอย่าง เรียกประโยชน์ที่รัฐจะสูญเสียกลับคืนมาอย่างชัดเจน และดำเนินการในอีกหลายๆเรื่อง บางเรื่องอยู่ที่ชั้นศาล จึงไม่ต้องกังวล ส่วนจะกล่าวหาอะไรตนก็กล่าวหาไป ตนพร้อมพิสูจน์ แต่อย่ากล่าวหาเรื่องสเปก เพราะตนรู้เรื่องนี้ดี และไม่ต้องไปถามใคร ตนรู้วิธีการรู้ทางทีไล่ของพวกเขา เรื่องแบบนี้ผ่านตนยากในหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลโดย ส่วนหน่วยงานที่ตนไม่ได้กำกับโดยตรงก็ไม่ต้องกังวล ใครที่เห็นว่ามีการเอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งให้แจ้งมาได้เลย ตนพร้อมให้ความเป็นธรรม เพราะตนไม่เอาด้วยกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว



