
วันที่ 30 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ามาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนว่า ได้ข้อมูลมาเบื้องต้น ซึ่งตนยังไม่อยากให้รายละเอียดมาก เพราะเกรงว่าจะเกิดความสับสน แต่ยืนยันว่าการดำเนินการมาตรการดังกล่าวมีสูตรคำนวณที่คล้ายกับในอดีต เพียงแต่เพดานสูงสุดน่าจะได้เพิ่มขึ้นกว่าในอดีต
เมื่อถามว่า เพดานสูงสุดจะได้มากกว่า 15 เท่าหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า น่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่ง 15 เท่าคือเพดานสูงสุด โดยขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลือ จึงขอให้รอรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน แล้วทาง กพ. จะออกมาชี้แจงอีกครั้ง เมื่อถามย้ำว่า จะเพิ่มจากเดิมเท่าไหร่ นายปกรณ์ ปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนจะกล่าวว่า สูงสุดได้ 15 เท่า
เมื่อถามถึงอายุผู้เข้าเกณฑ์ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตามที่เคยมีมติ อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่หากผู้เข้าร่วมโครงการไม่เต็มโควตา ก็อาจจะเปิดให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปี เข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่นลาออกไปดูแลญาติพี่น้องหรือดูแลตัวเอง
เมื่อถามว่า เข้าร่วมโครงการแล้วจะไม่สามารถกลับเข้ามารับราชการได้อีกใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการเซ็นยินยอมออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการ ไม่ว่าจะหน่วยงานใด รวมถึงตุลาการและอัยการ เพราะวัตถุประสงค์ของเราคือจากกันด้วยดี แต่หากออกไปแล้วกลับเข้ารับราชการใหม่ ก็อาจจะมีการเรียกเงินคืน
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าหรือไม่ว่าต้องการให้มีข้าราชการออกกี่คน นายปกรณ์ กล่าวว่า 5 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี โดยโครงการจะดำเนินการ 5 ปี เพราะฉะนั้น ภายใน 5 ปี ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ที่ออกจากราชการ 30,000 คน
เมื่อถามว่า จะมีการยุบตำแหน่งราชการด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยุบ แต่ไม่ได้ยุบตำแหน่งที่คนดังกล่าวครองอยู่ แต่จะยุบตำแหน่งอื่นที่เท่ากับจำนวนที่ออกไป เพื่อให้จำนวนข้าราชการน้อยลงมากที่สุด ย้ำว่าไม่ได้เน้นจำนวนอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยอาจจะนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้
นายปกรณ์ กล่าวด้วยว่า โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ส่วนรายละเอียด ตั้งใจว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะใช้สำหรับข้าราชการพลเรือนก่อน ส่วนข้าราชการทหารและตำรวจ เขามีโครงการในลักษณะนี้อยู่แล้ว



