‘ชวน’ ชี้ธุรกิจการเมือง ลามกินรวบราชการ-แทรกแซง สว.

Date:

3 พฤศจิกายน 2569  นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และอดีตประธานรัฐสภา ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษต่อคณะผู้แทนและมิตรแท้จากเครือข่ายเสรีนิยมสากล (Liberal International) และสภาเสรีนิยมและประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิฟรีดริช นาวแมน (Friedrich Naumann Foundation) นำโดย ศ.ดร. คาร์ล-ไฮนซ์ ปาร์เก้ พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ในหัวข้อการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยืดหยุ่นเพื่ออนาคตที่มั่นคง 

โดยนายชวนได้สะท้อนบทเรียนทางการเมืองตลอดเส้นทางชีวิตกว่าครึ่งศตวรรษ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาคอร์รัปชันและภัยคุกคามจากระบบเงินตราที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยไทย

นายชวน  เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าถึงประสบการณ์ทางการเมืองว่า ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สส. เป็นสมัยที่ 18 รวมระยะเวลาทำงานในฐานะผู้แทนของประชาชนมายาวนานถึง 57 ปี นับตั้งแต่ได้รับการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2502 ผ่านตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัยรวมกว่า 6 ปี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา รวมถึงผู้นำฝ่ายค้าน 3 สมัย

นายชวน ระบุว่า การหยิบยกประเด็นนี้ไม่ได้มุ่งหวังจะอ้างสถิติการดำรงตำแหน่งที่ยาวนาน หากแต่ต้องการพูดในฐานะประจักษ์พยานทางกฎหมายที่ได้เห็นและสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของประชาธิปไตยไทยตลอด 94 ปีด้วยตาตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่ได้ยินหรืออ่านมา โดยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ตลอด 80 ปี มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับฐานราก ทั้งโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ช่วยเยาวชนกว่า 7 ล้านคน รวมถึงการผลักดันงบประมาณก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิจนเปิดใช้งานได้สำเร็จ

นายชวน ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทยว่า เมื่ออุปสรรคจากการรัฐประหารและบทบาททางทหารลดน้อยลง กลุ่มนักธุรกิจกลับเข้ามามีบทบาทในระบอบการเมืองมากขึ้น แม้ในแง่หนึ่งจะนำความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพเข้ามา แต่กลับมีบางกลุ่มเข้ามาด้วย อำนาจเงินและมองประชาธิปไตยเป็นเวทีแสวงหาผลประโยชน์และถอนทุนคืน จนเกิดภาวะ ธุรกิจการเมือง(Money Politics) แพร่ระบาด

 “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีตระกูลเดียวที่สามารถสร้างนายกรัฐมนตรีได้ถึง 4 คน เริ่มจากคนแรก ตามด้วยน้องเขย ต่อด้วยน้องสาว และลูกสาว แต่ไม่มีใครสามารถอยู่ในตำแหน่งได้อย่างยั่งยืน สองคนถูกพิพากษาจำคุก อีกคนถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากพฤติกรรมขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม” นายชวนกล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า โชคดีที่กระบวนการยุติธรรมของไทยยังคงทำหน้าที่ผดุงหลักนิติธรรมเอาไว้ได้ แต่วิกฤตการเมืองที่ใช้เงินเป็นใหญ่ยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ท้าทายอย่างยิ่ง

อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันวงจรอุบาทว์ได้พัฒนากลืนกินระบบการบริหารประเทศไปไกลกว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในอดีต โดยได้แทรกซึมเข้าสู่ระบบราชการผ่านการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อตอบแทนทางการเมือง ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี เลขานุการ ปลัดกระทรวง ไปจนถึงอธิบดี

สิ่งที่น่ากังวลสูงสุดในปัจจุบันคือ การแผ่ขยายอิทธิพลของระบบอุปถัมภ์เข้าสู่การคัดเลือก สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 200 คน เนื่องจาก สว. มีบทบาทสำคัญในการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ, อัยการสูงสุด, คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นายชวนเปิดเผยว่า ในความเป็นจริง สว. มากกว่าครึ่งหนึ่งกลับกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองทุจริต เพื่อส่งบุคคลที่กลุ่มอำนาจพึงพอใจเข้าไปนั่งในองค์กรอิสระ ส่งผลให้กลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจล้มเหลว และสะท้อนออกมาในรูปของคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่ประเทศไทยได้เพียง 33 จาก 100 คะแนน รั้งอันดับ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก สวนทางกับภาพลักษณ์ของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลก

ในช่วงท้าย นายชวนเน้นย้ำว่า การสะท้อนปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาทำลายความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม แต่ต้องการกระตุ้นเตือนให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงคุณค่าของความซื่อสัตย์สุจริต โดยพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสมผ่านการร่วมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

พร้อมกันนี้ นายชวนได้ฝากข้อคิดเตือนใจแก่นักการเมืองและผู้ร่วมประชุมทุกคนว่า “อย่าเสียสละหลักการของคุณเพียงเพื่อแลกกับชัยชนะในการเลือกตั้งชั่วคราว จงยึดมั่นในหลักนิติธรรม ปกป้องความสุจริตในฐานะหน้าที่อันมีค่าที่สุด และกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยสามารถขับเคลื่อนไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง” นายชวนกล่าวย้ำ

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กรมศุลกากร ยึดกระเป๋าหรูปลอม 169 ใบ มูลค่าเสียหาย 4.4 ล้านบาท

กรมศุลกากร ตรวจยึดกระเป๋าละเมิดเครื่องหมายการค้า 169 ใบ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 4.4 ล้านบาท

ผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า ปรับแผนรับโครงสร้างภาษี EV ใหม่ 

MGC-ASIA และ XPENG ยืนยันความเชื่อมั่นในประเทศไทย พร้อมเตรียมแผนรับโครงสร้างภาษี EV ใหม่ มุ่งพัฒนาธุรกิจและศึกษาการลงทุนระยะยาว

รัฐบาล เดินหน้ายกระดับเกษตรไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

รัฐบาล เดินหน้ายกระดับเกษตรไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อน Net Zero 2050 นายกฯ สั่งเร่งพัฒนาแหล่งน้ำ–เกษตรอัจฉริยะ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและรายได้เกษตรกร

ครม. เห็นชอบกู้เงินให้ รฟท. ใช้ 18,000 ล้านบาท

ครม. เห็นชอบกู้เงินให้ รฟท. ใช้ 18,000 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ไม่พอกับรายจ่ายดำเนินงาน