สมช. วาง 4 ฉากทัศน์ รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

Date:

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 4 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงภายหลังการประชุมส่วนราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลางว่า วันนี้ สมช. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเรียนเชิญคณาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยมาร่วมกันระดมความคิดเกี่ยวกับแนวทางเตรียมพร้อมในการรับมือกับวิกฤติที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งวันนี้อาจารย์หลายท่านให้ใช้คำว่าปัจจุบันอยู่ในช่วงของวิกฤติซ้อนวิกฤติ แต่ประเทศไทยยังอยู่วงรอบนอกของวิกฤติดังกล่าว เพราะฉะนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นย่อมแตกต่างจากประเทศทางยุโรปหรือตะวันออกกลาง แต่เพื่อความไม่ประมาทเราได้เตรียมความพร้อมแผนและแนวทางปฏิบัติ ซึ่งปกติแล้วประเทศไทย หรือ สมช. มีแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติในการรับมือกับวิกฤติอยู่แล้วตามลำดับขั้น จากเบาไปหนัก แต่ครั้งนี้ด้วยสภาวะที่ผันผวน สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบจากสภาวะสงครามในหลายพื้นที่ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เราจึงได้เตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกหน่วย โดย สมช. ได้เขียนฉากทัศน์เอาไว้ 4 ฉากทัศน์ โดยลักษณะของฉากทัศน์ มีความเป็นไปได้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อพิจารณาที่จะรองรับกับฉากทัศน์ที่เราได้กำหนดขึ้น โดยหลักทั่วไปแล้วหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องมีแผนของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้ให้หน่วยงานมารับทราบฉากทัศน์ที่ สมช.ได้กำหนดขึ้น และทำแผนในรายละเอียดเพื่อรองรับฉากทัศน์ดังกล่าว

พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า สมช. จะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสภาความมั่นคงแห่งชาติขึ้นหรือ ศบก.สมช. เพื่อร่วมงานกับภาควิชาการ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆและหน่วยงานต่างๆเพื่อติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และปรับปรุงแนวทางหรือแผนในการดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับการแจ้งเตือนประชาชน เราได้เชิญหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมประชาสัมพันธ์ มาเตรียมการหากมีอะไรที่จำเป็นต้องแจ้งเตือนประชาชนเราจะทำให้เร็วที่สุด ให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์อย่างถูกต้อง และเหมาะสมที่สุด หากมีสิ่งใดที่ประชาชนต้องการรับทราบข้อมูล ขอให้รับทราบข้อมูลจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ส่วนราชการต่างๆที่จะค่อยๆทยอยให้ข้อมูลที่จำเป็นให้ประชาชนได้รับทราบและได้เตรียมตัว แต่ในปัจจุบันนี้ยังอยู่ในห้วงเตรียมการของส่วนราชการที่รับผิดชอบรวมถึงภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการในแต่ละภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานไว้แล้ว มีบางส่วนที่อาจมีวิกฤติบ้างก็มีการวางแผนที่จะเตรียมการ เพื่อให้เรื่องดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในภาวะปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาค่อนข้างชัดว่าโดนัล ทรัมป์ อาจแพ้จะมีผลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางให้เบาลงหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ผลที่จะเกิดขึ้นเรามองไว้ทั้ง 2 อย่าง ว่าสถานการณ์อาจจะดีขึ้นหรือสถานการณ์อาจจะเลวร้ายลง ในฉากทัศน์ที่เราตั้งไว้รองรับทั้ง 2 สถานการณ์

เมื่อถามว่า จะบอกกับประชาชนอย่างไรที่อาจมีการซื้อของกักตุนเตรียมรับมือหากเกิดสถานการณ์วิกฤติ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ถึงแม้สถานการณ์ในโลกเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ มีสงครามที่เกิดในพื้นที่ต่างๆหลายพื้นที่ และมีเหตุการณ์ใหญ่อยู่ 2 พื้นที่นั้น เรื่องดังกล่าวยังอยู่ห่างจากประเทศไทยเรา เราอยู่ในวงรอบที่ 3 ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวในปัจจุบันเป็นเรื่องในการเตรียมตัวของส่วนราชการกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อสักครู่ได้มีการเตรียมแผน เตรียมความพร้อมแล้ว เช่น ด้านพลังงาน อาหาร ยกตัวอย่างเรื่องอาหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่าข้าวเหลือเกินกว่าจำนวนที่เราบริโภคอยู่แล้ว ไข่ไก่ สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มีบางอย่างเท่านั้นที่อาจอยู่ขั้นไม่บาลานซ์ เช่น ผลิตภัณฑ์นม น้ำมันใช้ในการปรุงรส ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะไปเตรียมแผนและปรับปรุงแก้ไข หากเกิดสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นจะทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคไม่ขาดแคลนในประเทศ หากประชาชนจะสำรองอย่าเรียกว่ากักตุน หากท่านจะสำรองอาหารให้ครอบครัวก็กระทำได้บ้าง แต่ถามว่าจำเป็นหรือไม่ ณ ขณะนี้คงยังไม่ได้จำเป็นถึงขนาดนั้น เรายังมีรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะสำรองอาหารและเตรียมแผนต่างๆเอาไว้รองรับ

เมื่อถามว่า มองความมั่นคงทางด้านอาหารของไทยเป็นข้อได้เปรียบในการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ใช่ ประเทศเราถือเป็นครัวโลก และเป็นการส่งออกด้านเกษตรกรรมอยู่แล้ว เป็นจุดแข็งของประเทศเรา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกแล้วว่าเรามีความพร้อมในการเตรียมการรองรับในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในอนาคตเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เราอาจเสนอเรื่องคลังสำรองอาหารสำหรับประเทศ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ตอนนี้เป็นแผนที่เราคิดเอาไว้

“โฆษก สมช.” แจง ประชุมรับมือสถานการณ์ แค่เตรียมพร้อม ไทยยังไม่มีสัญญาณเผชิญวิกฤติ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 4 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชญเดช โอสถานนท์ โฆษกสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุมส่วนราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลาง ที่มี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ สมช.เป็นประธานว่า สมช.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาควิชาการมาร่วมประชุม เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น โดยสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความเห็น นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยด้วย

นายพิชญเดช กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามปกติของภาครัฐในการเตรียมความพร้อมและทบทวนแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์ตามแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจและสามารถประสานการปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ 3 เรื่อง ดังนี้ 1.การติดตามและประเมินสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน ความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนความมั่นคงทางไซเบอร์และระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดย สมช.ได้ดำเนินการประสานและบูรณาการข้อมูลมูลในภาพรวม เพื่อให้การประเมินสถานการณ์และการกำหนดแนวทางรองรับเป็นไปอย่างรอบด้านและสอดคล้องกัน

นายพิชญเดช กล่าวว่า ที่ประชุมได้ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น กรณีสถานการณ์ยกระดับถึงขั้นสูงสุด โดยแบ่งเป็นผลกระทบตรงและทางอ้อม ดังนี้ ผลกระทบทางตรง โดยเฉพาะความปลอดภัยของแรงงานไทยและพลเมืองไทยที่พำนักหรือประกอบอาชีพอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก โดยกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับหน่วยงานด้านความมันคง โดยเฉพาะกองทัพได้มีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงแผนอพยพและให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยงไว้แล้ว เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีหากสถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ไทยในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกเรือและผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย

นายพิชญเดช กล่าวว่า ส่วนผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะผลกระทบด้านเศรษฐกิจและพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องเป็นห่วงโซ่ ทั้งต้นทุนการขนส่ง ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนต้นทุนและราคาสินค้าเกษตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม สำหรับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าไทยจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีโดยตรง ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น

โฆษก สมช. กล่าวว่า 2. การเตรียมความพร้อมและการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน โดยประเทศไทยมีแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติและแผนบริหารวิกฤตการณ์ (พ.ศ.2566 – 2570) รวมถึงแผนรองรับสถานการณ์เฉพาะด้านของหน่วยงานต่าง ๆ อยู่แล้ว ซึ่งกำหนดบทบาทหน้าที่และแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องไว้ในแต่ละระดับ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทบทวนและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความชัดเจนและสามารถดำเนินการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในทุกระดับ ตั้งแต่การติดตามและประเมินสถานการณ์ การประสานงานระหว่างหน่วยงานในส่วนกลางและระดับพื้นที่การเตรียมทรัพยากรและบุคลากร ตลอดจนการบริหารจัดการสถานการณ์และการดูแลประชาชนหากมีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบเกิดขึ้น

โฆษก สมช. กล่าวว่า และ3.การสื่อสารข้อมูลข่าวสารและการสร้างความเข้าใจกับประชาชน เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ประชุมและ สมช. ให้ความสำคัญ เนื่องจากในปัจจุบันข้อมูลข่าวสารมีการเผยแพร่อย่างรวดเร็ว และประชาชนอาจได้รับข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ซึ่งบางครั้งอาจมีข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นที่แตกต่างกัน ดังนั้น สมช. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การสื่อสารข้อมูลเป็นระบบ และประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน ทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐ

โฆษก สมช. กล่าวว่า ตนขอเน้นย้ำว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานด้านการเตรียมความพร้อมของภาครัฐตามกรอบแผนและกลไกที่มีอยู่ ไม่ได้เป็นการประกาศเตือนภัยหรือการส่งสัญญาณว่า ประเทศไทยกำลังจะเผชิญสถานการณ์วิกฤตแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางและกลไกที่สามารถนำมาใช้บริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม หากมีความจำเป็น โดย สมช. จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ประกอบการพัฒนาแผนและแนวทางปฏิบัติให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย สำหรับประชาชน ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้ หากมีข้อมูลหรือคำแนะนำที่จำเป็น หน่วยงานที่รับผิดชอบจะสื่อสารให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ท้ายที่สุด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประเทศในทุกมิติ

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน นำข้าราชการมหาดไทย ประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

นายกฯ อนุทิน นำข้าราชการมหาดไทย ประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงมหาดไทย ประจำปี 2569 ณ วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร

กรมศุลกากร ยึด ‘รองเท้าก๊อป’ เศรษฐกิจเสียหาย 18 ล้านบาท

กรมศุลกากร ตรวจยึด “รองเท้า ละเมิดเครื่องหมายการค้า” มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 18 ล้านบาท

‘เอกนัฏ’ สั่งทีมสุดซอย รับข้อเสนอม็อบรถบรรทุก ลดราคาน้ำมันดีเซล

‘เอกนัฏ’ สั่งทีมสุดซอย รับข้อเสนอม็อบรถบรรทุก ทุบโครงสร้าง-ใช้กลไกหักค่าการกลั่นให้แล้ว จะเดินหน้าลดผลกระทบราคาระยะยาวต่อไป

การบินไทยชวน “บินไทยให้ใจฟู” มอบ 3 สิทธิพิเศษ

การบินไทยชวน “บินไทยให้ใจฟู” มอบ 3 สิทธิพิเศษ เพิ่มความสุขและความคุ้มค่าทุกการเดินทาง