นายกฯ อนุทิน ยัน ใช้ชีวิตปกติไม่ต้องตื่นตระหนกกักตุนเสบียง 72 ชม.

Date:

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 7 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงการเตรียมรับภัยความมั่นคงด้านไซเบอร์ และประชาชนต้องเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมงหรือไม่ ว่า ชัดๆคือใช้ชีวิตตามปกติทั่วไป ถ้าพูดถึงการดำรงชีวิตตามปกติทั่วไป ไม่ได้มีคนซื้อของเตรียมทำอาหารวันต่อวันอยู่แล้ว การเตรียมไว้ 72 ชั่วโมง คือ 3 วัน ตนคิดว่าด้วยชีวิตปกติของพวกเราทั่วไปมีอาหารกล่องอาหารแช่แข็ง โจ๊กสำเร็จรูป หรือบะหมี่สำเร็จรูป ถ้าสรุปสั้นๆคือใช้ชีวิตปกติ ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลว่าจะเกิดการขาดแคลน อาหาร หรือสิ่งของอุปโภคบริโภคที่เราจะใช้ในครอบครัวจนเกินสภาวะปกติ

นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าขาดแคลนอาหารสำหรับประเทศไทยในภาวะฉุกเฉินตนคิดว่ายังห่างไกล ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะพื้นฐานโครงสร้างของประเทศเรามีครบทุกอย่าง เราไม่กังวลเรื่องอาหาร เรากังวลว่าพี่น้องประชาชนติดอยู่ในบ้านหรือไม่ เข้าไปถึงได้เร็วแค่ไหนเราต้องเน้นทำให้คนที่เป็นกลุ่มบุคคลดูแลตัวเองไม่ได้ต้องเอาออกมารับการรักษาพยาบาลในที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด ตอนนี้ด้วยการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาต้องมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ถ้าเทียบกับตอนเกิดน้ำท่วมเมื่อช่วงเดือนต.ค. ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าเราพยายามนำพูดเป็นกลุ่มเปราะบางออกมาที่ปลอดภัยก่อน เหตุการณ์รุนแรงจะเกิดขึ้นซึ่งเราทำได้

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบกระแสข่าวเรื่องนี้มาจากไหน อยู่ดีๆก็โผล่มาในโลกโซเชียล แต่ถ้าตนพูดไปแบบนี้คนจะบอกว่าคุณรู้ได้อย่างไรยังมีคนหาเช้ากินค่ำอยู่อาจจะไม่มีเสบียงตุนไว้ถึง 72 ชั่วโมง ตนถึงต้องตอบว่า ใช้ชีวิตตามปกติไม่ต้องมีความกังวลว่ารัฐบาลจะปล่อย ตนกล้าพูดว่า ไม่มีทางปล่อยให้ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ต้องประสบสภาวะขาดอาหารจนถึงจุดที่เขาไม่สามารถดำรงชีพได้ ยังไงความช่วยเหลือต้องไปถึงอย่างทันท่วงที

เมื่อถามว่า มีการเจาะระบบไซเบอร์ในยุโรปคนไทยควรกังวลมากขนาดไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าความที่ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ผลิตอาหารครบวงจร เรายังไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับเขา เพราะเราเป็นประเทศอู่ข้าวอู่น้ำ เราสามารถแสวงหาอาหารในทุกรูปแบบได้ทั่วประเทศ แต่ในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ยุโรปที่มีการแฮ็กระบบตู้แช่ของเขาทั้งระบบ อันนั้นคืออุตสาหกรรม ทำให้อาหารเหล่านี้บูดเน่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่โหดร้ายไม่น่าเกิดขึ้น แต่สำหรับประเทศไทยจะไม่มีสภาวะเช่นนั้น ภัยไซเบอร์เกิดขึ้นในระดับอุตสาหกรรมแต่ในประเทศไทยทุกวันนี้เรามีตลาดสด มีสินค้าที่สามารถสรรหาได้เข้าถึงได้ 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเรื่องภัยไซเบอร์ภาพรวมในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องภัยของสแกมเมอร์ การหลอกลวงประชาชนโดยใช้เทคโนโลยีสื่อสารขั้นสูง เป็นเรื่องการเงิน การแฮ็กข้อมูลต่างๆ แต่ยังไม่น่าเข้าไปถึงระบบห่วงโซ่อาหาร ตนพูดในเชิงโอกาสของประเทศไทย คือ แสดงให้เห็นว่าเรื่องอาหาร ความเข้มแข็งของประเทศไทยสูงมาก เราต้องเอาความเข้มแข็งในด้านนี้การเป็นประเทศที่สามารถสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประชากรในประเทศได้ และน่าจะมีความสามารถเพียงพอที่จะไปสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้กับประเทศคู่ค้าได้ ตรงนี้เปรียบเสมือนเราเป็นประเทศที่เป็นเจ้าของพลังงานอย่างหนึ่ง พลังงานที่ทำให้ดำรงชีวิต ทำกิจกรรมต่างๆได้ ไม่ใช่พลังงานน้ำมันที่เผาผลาญเพื่อมาใช้ในสิ่งที่อำนวยความสะดวก หรือกระบวนการผลิตในวงการอุตสาหกรรม ซึ่งตรงนั้นเป็นพลังงานที่เราต้องนำเข้ามาใช้ แต่ถ้าเป็นพลังงานที่ต้องใช้ในการดำรงชีวิตและไปบริหารจัดการกับชีวิตประจำวัน หรือวิกฤติการณ์ต่างๆอาหารสำคัญกว่า 

นายกฯ กล่าวอีกว่า พื้นฐานของเรา ตนคิดว่าเรามั่นคงพอสมควร ซึ่งเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานประเทศไทยเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์ที่มีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีการแบ่งขั้วแบ่งฝ่ายชัดเจน สิ่งที่กระทบเราจริงๆที่สุดไม่ใช่ปริมาณน้ำมันที่เราจะนำเข้าได้เท่าไหร่ เราไม่มีปัญหาเรื่องซัพพลาย ไม่มีเรื่องอุปทาน เพราะมีการนำเข้าจากแหล่งพลังงานทั่วโลก เราไม่ได้นำเข้าจากตะวันออกกลางที่เดียว เพราะฉะนั้นตรงนี้ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่สิ่งที่กระทบกับประเทศไทยอย่างเดียว คือ ราคาผันผวน ส่วนไหนที่ทำได้เพื่อทำให้ราคาของน้ำมันหรือแก๊สลดลงมาได้ คือ มาตรการด้านภาษี การไปขอความร่วมมือทางโรงกลั่นให้ลดค่าการ กลั่น ลดค่าใช้จ่ายที่สามารถลดได้แล้วไม่ไปกระทบต่อต้นทุนในการผลิตของเขา เราพยายามทำทุกวิถีทาง ล่าสุดต้องใช้มาตรการขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้หันมาใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมทางชีวภาพมากขึ้น เช่น ไบโอดีเซล หรือ B20 ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มถึง 20% และส่งผลต่อเนื่องไปถึงเรื่องการนำเข้าปริมาณน้ำมันหายไป 20% เป็นผลดีต่อประเทศไทยเงินทองไม่รั่วไหลออก แต่ที่ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงบวกมากขึ้น คือ เกษตรกรที่ทำน้ำมันปาล์ม ทำไร่ปาล์มทำให้มีความต้องการพืชผลทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น 

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะลบภาพจำเกษตรกรรายได้น้อยอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง รายได้เยอะหรือไม่เยอะไม่สำคัญเท่ากับมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 เคยบอก กำไรน้อยกำไรมาก กำไรมากกำไรน้อย ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ถูกนำมายกให้เป็นสโลแกนและเป็นหัวข้อหลักในการประชุม IMF World Bank เป็นสิ่งที่ประเทศไทยน้อมรับพระราชดำรินี้มาโดยตลอด และปฏิบัติทำให้เราผ่านวิกฤติการณ์ไปได้ เราไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ไม่เคยมีคำว่าขาดแคลนอะไรเลยตั้งแต่ 20-30 ปี ตั้งแต่เรารู้จักคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้

วันนี้เราล้มแล้วลุก ราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นเท่าตัว การลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น การส่งออกเพิ่มขึ้นเก็บภาษีได้มากขึ้น และการสร้างระบบรับมือกับภัยพิบัติไม่ให้เกิดความเสียหายจนทำให้ระบบต่างๆล้มเหลวไป เราก็ทำได้ดี เพราะฉะนั้นตัวชี้วัดต่างๆเหล่านี้ตลาดหลักทรัพย์ดัชนีเพิ่มขึ้น และมีความเสถียรภาพ การถูกจัดลำดับของประเทศไทยยังถือว่าเป็นประเทศที่มีความมั่นคง ยั่งยืน

“ที่บอกว่ารัฐบาลนี้ช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจบางประเภทเอื้อนายทุนมันก็เป็นวาทกรรม เป็นสิ่งที่พูดไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา เพราะความเป็นจริงรัฐบาลนี้เปิดโอกาส ไม่ใช่เฉพาะกับคนไทยแต่เปิดโอกาสให้ประเทศไทย เมื่อวันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมทุกอย่าง นักลงทุนทั้งหลายเข้ามาเยือนผมเป็นนายกฯยินดีพบทุกคน ทุกราย เพื่อสร้างความมั่นใจให้เขามากขึ้นไปอีก” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวถึงภาพเศรษฐกิจอีกด้านคือการลงทุนจากต่างประเทศว่า ไทยกำลังเร่งยกระดับมาตรฐานประเทศเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งจะทำให้กติกาธุรกิจ ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลของไทยใกล้มาตรฐานสากลมากขึ้น

รัฐบาลยังเดินหน้า Thailand Fast Track ให้นักลงทุนติดต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นจุดเดียว ลดขั้นตอนการประสานหลายหน่วยงาน พร้อมใช้นโยบายดังกล่าวแก้ข้อจำกัดที่เคยทำให้นักลงทุนเสียเวลา และสร้างความมั่นใจว่าการลงทุนในไทยจะไม่เผชิญการเลือกปฏิบัติ

นายกฯ เปิดเผยถึงการหารือกับผู้บริหาร Google ว่า บริษัทมีความพร้อมลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม และมองว่าจุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนแรงงานราคาถูกอีกต่อไป แต่อยู่ที่คุณภาพคนไทยซึ่งสามารถยกระดับทักษะต่อยอดสู่เศรษฐกิจ AI ได้ รวมถึงทำเล โครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์

“ไม่ให้ AI คุมเรา เราต้องคุม AI นี่เป็นนโยบาย ไม่ให้ AI มาทำให้ประชาชนชาวไทยตกงาน เพราะฉะนั้นเราต้องคุม AI ให้ได้ นักลงทุนที่เข้ามาต้องสร้างการจ้างงานและถ่ายทอดโอกาสให้แรงงานไทย ไม่ใช่เพียงนำเงินทุนเข้ามาอย่างเดียว” นายอนุทิน กล่าว 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นักลงทุนต่างชาติมองเรามีความพร้อม เชื่อว่าเราพร้อมมานานแล้ว แต่คนในประเทศที่ไม่ชอบรัฐบาลต่างหาก ไม่อยากให้รัฐบาลอยู่ได้ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอารัฐบาลที่ประกอบด้วย 35 คนมาแลกกับความมั่งคั่ง มาแลกกับการเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย ตนคิดว่าเขาคิดสั้นมาก ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา วันนี้รัฐบาลชุดตนเข้ามาด้วยการเป็นพรรคอันดับหนึ่งจากการเลือกตั้งของประชาชนมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าทำอะไรดีหรือไม่ดีประชาชนจะตัดสินใจเองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กรมศุลกากร ยึดสินค้าก๊อป ทำเศรษฐกิจเสียหาย 1 ล้านบาท

กรมศุลกากร ตรวจยึดสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1 ล้านบาท

นายกฯ อนุทิน เผย Google มองไทยมีพื้นที่โตอีกมากจากฐานลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท

นายกฯ อนุทิน เผย Google มองไทยมีพื้นที่โตอีกมากจากฐานลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ชูคนไทย-โครงสร้างพื้นฐาน-เสถียรภาพการเมืองเป็นแต้มต่อ พร้อมใช้ BOI Fast Track เร่งปิดดีลลงทุนใหม่

รัฐบาล ห่วงสุขภาพนักเรียน – ครู กำชับสถานศึกษาทั่วประเทศคุมเข้ม PM2.5

รัฐบาล ห่วงสุขภาพนักเรียน - ครู กำชับสถานศึกษาทั่วประเทศคุมเข้ม PM2.5 ปรับรูปแบบเรียนตามระดับฝุ่น

รัฐบาลเตือนเปิดรับบริจาคผิดวิธี ติดคุกไม่รู้ตัว เข้าข่ายฉ้อโกงหรือฟอกเงิน

รัฐบาลเตือนเปิดรับบริจาคผิดวิธี ติดคุกไม่รู้ตัว เข้าข่ายฉ้อโกงหรือฟอกเงิน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี