ส่งหนังสือ สตง. สอบตั้ง กองทุนวายุภักษ์ ผิดกฎหมาย

Date:

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ประธานกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟสบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” ระบุว่า 

จดหมายเปิดผนึกถึงประธาน คตง. ขอให้ตรวจสอบกองทุนวายุภักษ์

ด่วนที่สุด

วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๗

เรื่อง  ขอให้ตรวจสอบการจ่ายเงินแผ่นดินเพื่อใช้ประโยชน์ในโครงการกองทุนรวมวายุภักษ์ ๑ 

เรียน  พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ตามที่กระทรวงการคลังประกาศเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อกองทุนรวมวายุภักษ์ ๑ (กองทุนฯ) วงเงิน ๑.๕ แสนล้านบาท ในวันที่ ๑๖-๒๐ กันยายนนี้ และให้นักลงทุนสถาบันจองซื้อในวันที่ ๑๘-๒๐ กันยายนนี้ ซึ่งข้าพเจ้ามีความเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีการจ่ายเงินแผ่นดินที่อาจจะฝ่าฝืนกฎหมาย นั้น

ข้าพเจ้าขอร้องเรียนให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทำการตรวจสอบ มีรายละเอียดดังนี้

๑.   เงื่อนไขในโครงการเป็นการใช้ทรัพย์สินของแผ่นดินไปอุดหนุนแก่เอกชน

กติกาเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวนสรุปได้ว่า มีนักลงทุน ๒ ประเภท คือ ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. คือภาคประชาชน และ ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. คือภาครัฐ ซึ่งในวันเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อนั้น กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. เกือบทั้งหมด 

ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนของกองทุนฯ แต่ละปี จะจ่ายให้ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. ในรูปแบบเงินปันผลตามผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของกองทุนฯ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๓ ต่อปี (ซึ่งสูงกว่าอัตราตอบแทนในตลาดสำหรับพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ ๑๐ ปี) แต่ไม่เกินกว่าร้อยละ ๙ ต่อปี 

ซึ่งกลไกคุ้มครองผลตอบแทนที่ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. จะได้รับในอัตราขั้นต่ำ ก็คือในแต่ละปี ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. จะได้รับเงินปันผลก่อนผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. หลังจากนั้นผลตอบแทนส่วนที่เหลือจึงจะเป็นของหน่วยลงทุนประเภท ข. 

ซึ่งหมายความว่าผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. ยอมรับการถูกรอนสิทธิเอารายได้แต่ละปีของตนไปจ่ายชดเชยเป็นรายได้ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. 

ทั้งนี้ ถ้าหากรายได้ในปีใดของผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. มีไม่พอที่จะชดเชยให้ผลตอบแทนขั้นต่ำแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. กติกายังกำหนดให้เอากำไรสะสมที่มีอยู่ขณะนี้ ๑๔๒,๗๓๘.๗๔ ล้านบาท ไปจ่ายชดเชยสมทบได้ด้วย 

ซึ่งหมายความว่าผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. ยอมรับการถูกรอนสิทธิเอาากำไรสะสมที่มีอยู่ขณะนี้ ๑๔๒,๗๓๘.๗๔ ล้านบาทของตนไปจ่ายชดเชยเป็นรายได้ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. 

นอกจากนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. มีสิทธิได้รับคืนเงินลงทุนจนครบถ้วนก่อนผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. ซึ่งหมายความว่าผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. ยอมรับการถูกรอนสิทธิเอาเงินลงทุนของตน  ๓๕๓,๕๙๖ ล้านบาทไปจ่ายชดเชยคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. 

กล่าวโดยสรุป โครงการนี้จึงเป็นการใช้ทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งกระทรวงการคลังมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๐ ไปจ่ายอุดหนุนผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. ซึ่งเป็นเอกชน ทั้งที่ไม่มีวิธีการใดที่กระทรวงการคลังจะสามารถตรวจสอบให้แน่ใจได้ว่าเอกชนที่ยื่นจองซื้อนั้น จะมีคนต่างชาติใช้ชื่อของคนไทยเป็นนอมินีเพื่อฉวยประโยชน์ด้วยหรือไม่

ข้าพเจ้าขอเรียนว่าในปี ๒๕๔๖ ที่มีการจัดตั้งกองทุนฯ โดยรัฐบาลประกันทั้งผลตอบแทนและเงินต้นให้แก่ประชาชนที่ลงทุนนั้น ก็เพื่อประโยชน์ในกิจการของรัฐ แต่การระดมทุนครั้งนี้ในปี ๒๕๖๗ มิใช่เพื่อประโยชน์ในกิจการของรัฐ 

แต่ได้เปิดขอบเขตขยายการลงทุนในกิจกรรมเสี่ยงอย่างกว้างขวาง เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หุ้นของบริษัทคุณภาพระดับรองนอก SET๑๐๐ หุ้นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted Securities) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำ (Non-investment Grade ตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Junk bonds) หน่วยลงทุนที่มีนโยบายการลงทุนในทองคำ น้ำมันดิบ สินค้าโภคภัณฑ์ ฯลฯ

ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าการที่กระทรวงการคลังจัดโปรโมชั่นโครงการลงทุนทำนองนี้ผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายหลายประการ

(๑) ไม่ใช่กิจหน้าที่ของกระทรวงการคลังตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๐ จึงอาจดำเนินการโดยพลการเกินกว่าอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ 

(๒) เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ภาคเอกชนสามารถโปรโมทได้เอง จึงอาจมีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๕ วรรคสอง และ

(๓) การเข้าไปแทรกแซงอุ้มผู้ลงทุนในโครงการให้ไม่ต้องรับความเสี่ยงตามสภาพจริงของตลาดทุนซึ่งทำให้ผู้ลงทุนกลุ่มนี้ได้เปรียบผู้ลงทุนกลุ่มทั่วไปที่ไม่ได้รับสิทธิจอง อาจเข้าข่ายเป็นการเลือกปฏิบัติ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๒๗  

๒.   เป็นการใช้จ่ายเงินแผ่นดินที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

ข้าพเจ้ามีความเห็นว่ากำไรสะสมที่มีอยู่ขณะนี้ ๑๔๒,๗๓๘.๗๔ ล้านบาท และทรัพย์สินที่มีอยู่ขณะนี้ ๓๕๓,๕๙๖ ล้านบาท ในส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงการคลังนั้น เป็น “เงินแผ่นดิน” ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๐ บัญญัติให้การจ่ายเงินแผ่นดินจะทำได้เฉพาะตามกฎหมายงบประมาณหรือกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง 

แต่เท่าที่ข้าพเจ้าตรวจสอบ ไม่พบมีการดำเนินการดังกล่าว และข้าพเจ้าเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงหลายครั้งแต่ไม่ได้มีการชี้แจง

เหตุผลที่ถือเป็น “เงินแผ่นดิน” ปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๓ – ๔/ ๒๕๕๗ คดีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเสนอร่างพระราชบัญญัติจะกู้เงิน ๒ ล้านล้านบาทเพื่อใช้นอกระบบงบประมาณ ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ หน้า ๓๗ ซึ่งสรุปได้ว่า

“เงินแผ่นดิน” หมายถึง เงินของประชาชนทั้งชาติโดยหมายความรวมถึงบรรดาเงินทั้งปวง ทรัพย์สิน สิทธิ และผลประโยชน์ ที่รัฐเป็นเจ้าของหรืออยู่ในความครอบครองของรัฐ

๓.   ข้อร้องเรียน

เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นผู้เสียภาษีและเป็นผู้ที่จะได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ถ้าหากกระทรวงการคลังได้นำเอากำไรสะสมที่มีอยู่ขณะนี้ ๑๔๒,๗๓๘.๗๔ ล้านบาท และทรัพย์สินที่มีอยู่ขณะนี้ ๓๕๓,๕๙๖ ล้านบาท ในส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงการคลัง มาใช้พัฒนาบ้านเมือง โครงการนี้จึงทำให้ข้าพเจ้าได้รับความเสียหายและเสียโอกาส อันเป็นการปฏิบัติต่อข้าพเจ้าอย่างไม่เป็นธรรม 

จึงร้องเรียนขอให้ท่านโปรดพิจารณาสั่งการให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทำการตรวจสอบเกี่ยวกับการจ่ายเงินแผ่นดินกรณีนี้เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติตามหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน

จึงขอให้ท่านโปรดพิจารณาว่าการกระทำที่เกี่ยวข้องถูกต้องตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลหรือไม่

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

สำเนาเรียน 

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘เอกนิติ’ หารือ ‘World Bank Group’ ร่วมมือมิติใหม่ในอนาคต

‘เอกนิติ’ หารือ ‘World Bank Group’ ร่วมมือมิติใหม่ในอนาคตต่อไป

นายกฯ อนุทิน ใส่นาฬิกา ‘Swatch’ คอลเลคชันใหม่ ราคา 4,950 บาท

นายกฯ อนุทิน ใส่นาฬิกา ‘Swatch’ คอลเลคชันใหม่ สีน้ำเงินสะดุดตา ราคา 4,950 บาท

นายกฯ อนุทิน แจงภาพกินข้าว “ธรรมนัส” เป็นเพื่อนกันมานาน 

นายกฯ อนุทิน แจงภาพกินข้าว “ธรรมนัส” เป็นเพื่อนกันมานาน แยกมิตรภาพกับเรื่องการเมือง ไม่ตอบกระแสยุบรวมภท. -กธ. ขออย่าเพิ่งถามปรับครม.

‘เอกนิติ’ หารือ ‘OECD’ ความการเข้าเป็นสมาชิกของไทย

‘เอกนิติ’ หารือ ‘OECD’ ความพร้อมและความมุ่งมั่นในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย