EXIM BANK ร่วมกับหอการค้ากัมพูชา ส่งเสริมการค้าการลงทุน

Date:

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ( EXIM BANK ) และหอการค้ากัมพูชา (The Cambodia Chamber of Commerce : CCC)

โดยมี ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการEXIM BANK และเนก โอคนา คิท เม้ง (Neak Oknha. Kith Meng) ประธานหอการค้ากัมพูชา เป็นผู้ลงนาม

โดยทั้งสองหน่วยงานจะแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการด้านข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจผ่านช่องทางและเครือข่ายต่าง ๆ

เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนไทย-กัมพูชาและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567

การค้าระหว่างกัมพูชาและไทยมีมูลค่าสูงกว่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นคู่ค้าสำคัญของกัมพูชา นอกเหนือจากจีน สหรัฐฯ และเวียดนาม การส่งออกของไทยไปกัมพูชาในปี 2566 มีมูลค่า 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้าของไทยจากกัมพูชามีมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์

ขณะที่กัมพูชาเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่สำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เป็นผลมาจากนโยบายเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนจากต่างประเทศ ธุรกิจของไทยที่ดำเนินการในกัมพูชาครอบคลุมหลายภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมเกษตร การผลิต ก่อสร้าง สื่อ การให้บริการสุขภาพ รวมทั้งภาคบริการต่าง ๆ

นับตั้งแต่การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบาย Living with COVID-19 ในช่วงปลายปี 2564 ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของกัมพูชากลับมาขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากตัวเลข GDP ปี 2565 เติบโตกว่า 5% ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวเช่นเดียวกับปี 2566 ที่คาดว่า GDP จะเติบโตสูงในระดับกว่า 5% ทั้งนี้ EXIM BANK จะร่วมมือกับหอการค้ากัมพูชาในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการไทยและกัมพูชา เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย

EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มุ่งสู่เป้าหมาย “Green Development Bank” ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยในเวทีโลกในระยะยาว ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม)

ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของไทยEXIM BANK ได้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนใน CLMV ครบถ้วนทั้ง 4 ประเทศแล้ว โดยสำนักงานผู้แทนของEXIM BANK ในกรุงพนมเปญเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2562 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมประเทศไทย ทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนไทย-กัมพูชา

“ความร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชาในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการค้าการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศอย่างไร้รอยต่อและเข้มข้นมากขึ้น โดยมีหมุดหมายเดียวกันที่จะเพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การพัฒนาพื้นที่ชายแดน เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตั้งแต่เศรษฐกิจฐานรากในชุมชนไปจนถึงระดับประเทศและโลกโดยรวม” ดร.รักษ์ กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน