กมธ.อุตสาหกรรมขอแบงก์ชาติ  เร่งหารือแก้ปัญหา เงินบาทแข็งค่า

Date:

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎรได้แสดงถึงความห่วงใยต่ออุตสาหกรรมส่งออกจากปัจจัยเงินบาทแข็งค่า ว่า 

จากที่ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสกุลบาทไทยกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 33.33 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และเคยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 32.15 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา จากที่เคยอ่อนค่าที่สุดในช่วงเดือนเมษายน 2567 ที่อัตราแลกเปลี่ยน 37.17 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 

การแข็งค่าของค่าเงินบาทเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากภายในระยะเวลาประมาณ 5 เดือนเท่านั้น และจากอัตราค่าเงินบาทแข็งค่านี้ตนได้รับทราบความเดือดร้อนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมส่งออก เนื่องจากด้วยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้การแลกเงินที่ได้รับจากการส่งออกกลับเป็นเงินบาทแลกได้น้อยลง 

ยกตัวอย่าง จากแต่เดิมส่งออกปลาทูน่ากระป๋อง 1 กระป๋องราคา 100 ดอลลาร์ เมื่อค่าเงินบาทอ่อนที่สุดสามารถแลกเป็นเงินบาทได้ 3,717 บาท แต่เมื่อเงินบาทแข็งค่าที่สุดจะสามารถแลกเป็นเงินบาทได้เพียง 3,215 บาทเท่านั้น 

การที่รายได้ของผู้ประกอบการที่ลดน้อยลง ย่อมส่งผลกระทบในอุตสาหกรรมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพการแข่งขันที่ลดลงส่งผลการชะลอตัวของการจ้างงานในอุตสาหกรรม, การลดการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการตัดลดงบพัฒนาและวิจัย(R&D)ในอุตสาหกรรมลง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในอนาคตลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และจากการที่การส่งออกเป็นหนึ่งใน 4 เครื่องยนต์ของเศรษฐกิจไทย การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าเช่นนี้ย่อมทำให้เครื่องยนต์ส่งออกอ่อนกำลังลงอย่างชัดเจนส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงโดยเฉพาะการจ้างงานที่ลดลงจะส่งผลกระทบเศรษฐกิจในประเทศทำให้ประชาชนขาดกำลังซื้อนอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมส่งออกอีกด้วย

ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมจึงขอส่งเสียงไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยผู้กำหนดนโยบายทางการเงิน ให้พิจารณาทบทวนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่เหมาะสมทั้งต่อเสถียรภาพทางเงินของประเทศ และลดผลเสียที่จะเกิดต่อระบบเศรษฐกิจไทย 

รวมถึงรัฐบาลในฐานะผู้กำหนดนโยบายทางการคลังของประเทศต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อประคับประคองอุตสาหกรรมส่งออก ให้สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลได้ต่อไป และที่ดีที่สุดทั้งรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องเร่งหารือเพื่อหาทางออกของปัญหาค่าเงินแข็งตัวโดยเร็ว 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘เอกนิติ’ ถกด่วน เอกชน รับมือวิกฤตศก.รอบใหม่

‘เอกนิติ’ ถกด่วน เอกชน รับมือวิกฤตศก.รอบใหม่ชงคุม ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ให้ครม.เห็นชอบสัปดาห์นี้

รัฐบาล เตือนพี่น้องภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกต่อเนื่อง

รัฐบาล เตือนพี่น้องภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกต่อเนื่องและฝนสะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก  และดินโคลนถล่ม ช่วงวันที่ 8 - 13 พ.ย. 69 กำชับเจ้าหน้าที่รัฐเฝ้าระวังและช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

รัฐบาล เดินหน้า ‘3 ขอ’ ปลดล็อกเงินชราภาพประกันสังคม

รัฐบาล เดินหน้า ‘3 ขอ’ ปลดล็อกเงินชราภาพประกันสังคมเปิดทางผู้ประกันตน ‘เลือกเงินก้อน–ถอนใช้ยามวิกฤต–ใช้ค้ำเงินกู้’

รัฐบาล เร่งแก้มลพิษลุ่มน้ำปราจีนบุรี

รัฐบาล เร่งแก้มลพิษลุ่มน้ำปราจีนบุรี เตรียมเสนอประกาศเขตควบคุมมลพิษ ขยายตรวจคุณภาพน้ำถึงแม่น้ำบางปะกง–ตรวจตะกอนสะสมโลหะหนัก พร้อมตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ ปกป้องสุขภาพประชาชน