บมจ.บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป กางแผนปี 68 ดันรายได้โตต่อ 2 หลัก/ปี

Date:

นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำในการดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนธุรกิจปี 2568 ว่า บริษัทเร่งเครื่องเดินหน้าศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ในการขยายโครงการใหม่ เพื่อต่อยอดการให้บริการไปยังกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ พร้อมเตรียมเปิดตัว AI ใหม่ล่าสุด เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบบริหารจัดการสำหรับธุรกิจประกันวินาศภัยรถยนต์ของเมืองไทยไปสู่อีกขั้นแบบเรียลไทม์ ผลักดันภาพรวมรายได้เติบโตต่อเนื่อง 2 หลักต่อปี 

สำหรับภาพรวมผลงานปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมแตะ 518 ล้านบาท ตามการเติบโตที่โดดเด่นในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจการให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชั่น สำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ที่กวาดรายได้ไปกว่า 250 ล้านบาท เติบโต 18% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเติบโตทุกบริการรวมทั้งด้านระบบ AI ที่เติบโตเกือบ 30% 

รวมถึงกลุ่มธุรกิจบริษัทลูก ทั้งธุรกิจให้คำปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (BVA), ธุรกิจให้บริการนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ (BVTECH) และธุรกิจให้บริการ คำแนะนำ และวางแผนเข้าถึงการใช้บริการด้านสุขภาพ (BVH) เติบโตรวม 20% แตะ 41 ล้านบาท จากการให้คำปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (TFRS 17) เป็นสำคัญ 

นางนวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง  ส่งให้ต้นทุนบริหารและค่าใช้จ่ายในการบริหารในปี 2567 เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยราว 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 458 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทได้ตัดสินใจยุติการให้บริการลูกค้าบางราย เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) และมีค่าใช้จ่าย One Time จากการเดินหน้าศึกษาโอกาส และความเป็นไปได้ในการในการขยายธุรกิจใหม่ รวมถึงการสร้างแบรนด์ และมีค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มจัดตั้งบริษัท บลูเวนเจอร์ เอชซีเอ็ม จำกัด (BVH) เข้ามาเพิ่มเติม ทำให้ภาพรวมปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 52 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2567 จำนวน 0.051 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงิน 22.95 ล้านบาท รวมทั้งปี 2567 จ่าย 0.085 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงิน 38.25 ล้านบาท หรือราว 65% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่านโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ 40% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 7 มีนาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568  

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กสิกรไทยเดินหน้าเสริมแกร่ง ต่อยอดผู้นำธุรกิจหลัก เติบโตอย่างมีคุณภาพ 

กสิกรไทย เดินหน้าเสริมแกร่ง ต่อยอดผู้นำธุรกิจหลัก เติบโตอย่างมีคุณภาพ ร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน

นายกฯ อนุทิน จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ พิจารณาภาษีกรณีพิเศษ

นายกฯ อนุทิน จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ พิจารณาภาษีกรณีพิเศษในเวที “อาเซียนซัมมิท-เอเปก“ หลังไทยทำตามเงื่อนไข “ถอนทหาร-สันติภาพ -กำจัดทุ่นระเบิด“ไทย-กัมพูชา”

คลัง หนุนโซลาร์ประชาชน แจงโมเดลเสียค่าไฟเดือนละ 4,000 บาท ไม่ควรพลาด

คลัง-แบงก์รัฐ หนุนโซลาร์ประชาชน แนะคนเสียค่าไฟเดือนละ 4,000 บาท ไม่ควรพลาด แจงผู้รับเหมามีต้นทุนค้ำประกัน 350 บาทเท่านั้น

นายกฯ อนุทิน ต่อยอดผลหารือ Google ที่นิวยอร์ก

นายกฯ อนุทิน ต่อยอดผลหารือ Google ที่นิวยอร์ก เดินหน้าความร่วมมือการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน พร้อมพัฒนาทักษะ AI ให้คนไทยทุกกลุ่ม