ดันแบงก์พาณิชย์ ตั้ง AMC อุ้มลูกหนี้เอสเอ็มอี

Date:

นายลวรณ แสงสนิท กล่าวว่า มาตรการดูแลเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ และสงครามการค้าการขึ้นภาษีของสหรัฐ นอกจากมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท มี่ยังเลือกวงเงินใช้ในปีงบประมาณ 2568 อีก 2 หมื่นล้านบาท และหลังในปีงบประมาณ 2569 ที่เริ่มเดือน ต.ค. นี้ อีก 2.5 หมื่นล้านบาท

ยังมีเงินกู้ซอฟท์โลนจากธนาคารออมสินอีก 1 แสนล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำมากๆ ปล่อยต่อให้กับธนาคารพาณิชย์เพื่อไปช่วยเหลือลูกค้า รวมถึงยังมีกำไกของบรรษัทค้ำประกันสินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อม (บสย.) ช่วยค้ำประกันลูกหนี้ในโครงการ GPS11 วงเงินอีก 5 หมื่นล้าน ทำให้เอสเอ็มอีที่ไม่มีหลักประกันเพียงพอเข้าถึงทุนได้มากขึ้น

ขณะเดียวกันจะมอบหมายให้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ที่จะดูแลลูกค้า ปรับบทบาทเชิงรุกมากขึ้น ผลกระทบครั้งนี้น่าเป็นห่วง การปล่อยสินเชื่ออย่างเดียวไม่เพียงพอ เอสเอ็มอีแบงก์ต้องเข้าไปร่วมทุน (Venture Capital) กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากขึ้น หลังจากเอสเอ็มอีแข็งแรงก็ขายหุ้นกลับให้เจ้าของ ซึ่งต้องทำตรงนี้ให้มากขึ้น โดยกระทรวงการคลังจะสนับสนุนเรื่องแหล่งทุนที่ต้องมาดำเนินการให้กับเอสเอ็มอีแบงก์

นายลวรณ กล่าวว่า คลังยังมีมาตรการดูแลเอสเอ็มอี ผ่านกลไกของธนาคารพาณิชย์ ดูแลลูกหนี้เอสเอสเอ็มอีที่เป็นหนี้เสียให้กลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้งอย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หรือมีกำลังมากๆ ตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) นำลูกหนี้เอสเอ็มอีที่เป็นหนี้เสียออกดูแล โดยจะให้เงื่อนไขพิเศษกับลูกหนี้กลุ่มนี้จากเดิมที่ต้องมีประวัติติดในเครดิตบูโร 36 เดือน สถานะถึงกลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ ก็จะให้เป็นกรณีพิเศษเหลือเพียง 6 เดือน เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ดูแลลูกหนี้กลุ่มนี้ได้เร็วมากขึ้น

สำหรับธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กที่ไม่สามารถตั้ง AMC ได้เอง ก็มีแนวคิดให้มาใช้บริการ ARI-AMC ของธนาคารออมสินที่ตั้งขึ้นมาได้

“การแก้หนี้เอสเอ็มอีผ่าน AMC ทำให้ธนาคารพาณิชย์ตัวเบาขึ้น การดำเนินการปกติก็สามารถทำให้ปล่อยหนี้ใหม่ได้มากขึ้น ขณะที่การช่วยลูกหนี้เอสเอ็มอีเป็นเอ็นพีแอล ที่ยังมีศักยภาพให้กลับมาดำเนินการปกติ ก็ทำได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งแนวคืดนี้อาจจะนำไปใช้แก้หนี้เสียของนอนแบงก์ด้วย โดยแนวคิดจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วให้ปฏิบัติได้จริง” นายลวรณ กล่าว

ปลัดคลัง กล่าวว่า เอสเอ็มอีมี 35% ของจดีพี ซึ่งเป็นจำนวนมากแต่โอกาสก้าวขึ้นเป็นธุรกิตขนาดใหญ่น้อยเกินไป นอกจากนี้ยังล้มหายตายจากไปจำนานมาก เกิดใหม่มากจริงแต่ก็ตายไปเยอะเช่นกัน  ซึ่งวันนี้การแข่งขันยากขึ้นมากกว่าปกติ เพราะมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลวันที่ 1 ส.ค. นี้ ซึ่งหวังว่าไทยจะโดนเก็นภาษีเพิ่มในอัตราเดียวกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะโดนเก็บอัตราเท่าไร มีผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอาเอ็มอีของไทยทั้งนั้น คลังจึงเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบดังกล่าวให้ครอบคลุมทุกด้านมากที่สุด 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน เปิดงานพืชสวนโลก 2569  จ.อุดรธานี

นายกฯ อนุทิน เปิดงานพืชสวนโลก 2569  จ.อุดรธานี หวังให้เกษตร นักวิจัย ผู้ประกอบการ นานาประเทศ แลกเปลี่ยนความรู้ -ต่อยอด พร้อมยกระดับภาคอีสาน

รมว.คลัง ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ตรวจเยี่ยม ธ.ก.ส. ลุยนโยบายรัฐ

รมว.คลัง ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีก่อนเข้าร่วมประชุม ครม.สัญจร ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายรัฐบาล

บสย. ต้อนรับ รมว.คลัง เปิดบูธ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ จ.อุดรธานี

บสย. ต้อนรับ รมว.คลัง เปิดบูธ ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ งานประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ จ.อุดรธานี

‘ส.อ.ท.’ ผนึก ‘กฟผ.’ เชื่อมพลังงานสู่อุตสาหกรรม ดัน Local Content

‘ส.อ.ท.’ ผนึก ‘กฟผ.’ ขับเคลื่อน Reinvent Thailand เชื่อมพลังงานสู่อุตสาหกรรม ดัน Local Content เปิดโอกาสผู้ผลิตและ SMEs สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย