“พลังงาน” ยันคุมเข้มพื้นที่แท่นปิโตรเลียมในอ่าวไทย ปลอดภัย

Date:

วันนี้ (20 ธันวาคม 2568) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ชี้แจงกรณีการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)ไม่ทราบฝ่าย บินเข้ามาก่อกวนบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกลางทะเลตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา กระทรวงพลังงาน โดย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศทั้งพื้นที่บนบกและในทะเล ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับกลุ่มผู้รับสัมปทานและผู้รับสัญญาทุกบริษัท โดยได้แจ้งให้ผู้รับสัมปทานและผู้รับสัญญาเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังความปลอดภัยทั้งในด้านบุคคล สิ่งของ หรือยานพาหนะต้องสงสัยรวมไปถึงอากาศยานไร้คนขับที่ไม่ระบุที่มาที่อาจรุกล้ำเข้ามาในบริเวณแหล่งผลิต

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ผู้รับสัมปทานและผู้รับสัญญาได้ตรวจพบเรือไม่ทราบสัญชาติและอากาศยานไร้คนขับไม่ระบุที่มา เข้ามาในเขตพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย อาทิ แท่นผลิตเอราวัณ แท่นหลุมผลิตในพื้นที่เบญจมาศ แท่นไพลิน แท่นไพลินเหนือ แท่นหลุมผลิตในพื้นที่ปลาทอง กระทรวงพลังงาน จึงได้ประชุมหารือร่วมกับกลุ่มผู้รับสัมปทานและผู้รับสัญญาทุกบริษัทที่ดำเนินการผลิตปิโตรเลียมในทะเล เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้ 1) เพิ่มการเฝ้าระวังเรือและอากาศยานไร้คนขับที่อาจเข้ามาในเขตพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม 2) กรณีตรวจพบเรือใด ๆ เข้ามาในเขตพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม ขอให้ดำเนินการขับไล่ออกจากพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมโดยทันที และหากไม่สามารถดำเนินการที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นได้ ให้แจ้งกองทัพเรือและกรมเชื้อเพลิงทราบโดยทันที 3) หากพบอากาศยานไร้คนขับเข้ามาในเขตพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม ให้แจ้งกองทัพเรือและ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติทราบโดยทันที เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง 4) ขอความร่วมมืองดการส่งผู้ปฏิบัติงานนอกชายฝั่งไปยังแท่นหลุมผลิตในช่วงเวลากลางคืน 5) ขอให้พิจารณาจัดทำแผนระงับเหตุวินาศกรรมทางทะเล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อผู้ปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง

“เนื่องจากแหล่งผลิตปิโตรเลียมมีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ กระทรวงพลังงาน จึงได้จัดตั้งกลุ่มประสานงานและเฝ้าระวังเหตุทางทะเลร่วมกับผู้รับสัมปทานและผู้รับสัญญาในทะเล เพื่อรายงานสถานการณ์รายวัน และขอความร่วมมือจากบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ในการเฝ้าระวังและแจ้งเหตุให้กองทัพเรือ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือและกรมเจ้าท่า เพื่อขอความร่วมมือในการประกาศให้เรือทุกลำที่แล่นอยู่ในอ่าวไทยเปิดสัญญาณเรดาร์ (Radar) และระบบ AIS (Automatic Identification System) เพื่อแสดงตัวตนของเรือต่อเรือลำอื่น ๆ และเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือและการดำเนินงานในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยทั้งหมด กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ใดที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตปิโตรเลียม และจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งแท่นขุดเจาะในทะเล โรงไฟฟ้า รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั้งหมด พร้อมประสานการทำงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการประสานเพื่อขอการสนับสนุนการลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภัยจากกองทัพเพื่อรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างเต็มที่” นายวีรพัฒน์ กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน