ครม. เห็นชอบกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2569 ที่ 1-3% 

Date:

ทหาร

30 ธันวาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนากยรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติเป้าหมายของนโยบายการเงิน ประจำปี 2569 พร้อมข้อตกลงร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการกำหนดเป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง และเป้าหมายสำหรับปี 2569 ที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงร้อยละ 1 – 3 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปอาจมีความไม่แน่นอนสูงจากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานโลก ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ หากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเคลื่อนไหวออกนอกกรอบเป้าหมาย ก็เห็นควรให้ กนง. เร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวและรายงานผลการดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชนต่อไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน กนง. ได้ประชุมหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 และได้เห็นชอบร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง และเป้าหมายสำหรับปี 2569 และต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีหนังสือ ด่วน ที่ ธปท. 8137/2568 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้พิจารณา ลงนามในข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กนง. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการกำหนดเป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง และเป้าหมายสำหรับปี 2568 โดยข้อตกลงดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. ข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงิน

-กำหนดให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงร้อยละ 1-3 เป็นเป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง โดยเป้าหมายสำหรับปี 2569 จะดูแลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะปานกลาง รวมทั้งดูแลไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด หรืออัตราเงินเฟ้อที่ติดลบอย่างต่อเนื่องจากราคาสินค้าและบริการที่ลดลงในวงกว้าง โดยเป้าหมายเงินเฟ้อระยะปานกลางที่ร้อยละ 1-3 มีความเหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาเป้าหมายดังกล่าวทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพด้านราคาได้ดี ผ่านการยึดเหนี่ยวเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง ในขณะที่ช่วงร้อยละ 1-3 มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยด้านอุปทาน

2. การบรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงินในระยะปานกลาง

-การดำเนินนโยบายการเงินมุ่งดูแลเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพและเสถียรภาพระบบการเงิน ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting: FIT) โดยการบรรลุเป้าหมายนโยบายการเงินในระยะปานกลาง อาศัยการยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนและธุรกิจเป็นสำคัญ เพื่อให้เงินเฟ้อไม่ต่ำหรือสูงเกินไปต่อเนื่องจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือกระทบเสถียรภาพระบบการเงิน

ทั้งนี้ในระยะข้างหน้าที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะร่วมมือในการดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน เพื่อดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับศักยภาพ และเอื้อให้แนวโน้มเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย โดยการดำเนินนโยบายการเงินจะมุ่งดูแลภาวะเศรษฐกิจการเงินโดยใช้เครื่องมือแบบผสมผสาน ทั้งในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการใช้มาตรการทางการเงินในการแก้ปัญหานี้และสนับสนุนสินเชื่อใหม่ เพื่อเสริมการส่งผ่านของนโยบายการเงิน

3. ข้อตกลงในการติดตามและรายงานผลการดำเนินนโยบาย รวมถึงการหารือร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนโยบายการเงิน

-กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย จะหารือร่วมกันเป็นประจำและ/หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นอื่นตามที่ทั้งสองหน่วยงานจะเห็นสมควร เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงินเป็นไปในทิศทางที่สอดประสานร่วมกันอันนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

กนง. จะจัดทำรายงานผลการดำเนินนโยบายการเงินทุกครึ่งปี ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับ (1) การดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมา (2) แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป และ (3) การคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจในอนาคต เพื่อแจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบ รวมถึงจะเผยแพร่รายงานนโยบายการเงินทุกไตรมาสเป็นการทั่วไป อันจะช่วยเพิ่มการรับรู้ของสาธารณชนถึงแนวทางการตัดสินนโยบายการเงินของ กนง. ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต

4. ข้อตกลงในการออกจดหมายเปิดของ กนง. ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเคลื่อนไหวออกนอกเป้าหมายนโยบายการเงิน

-กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยในปี 2569 จะอยู่ในระดับต่ำ โดย กนง. จะกำหนดนโยบายการเงินที่เอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะปานกลางในปี 2570 อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อระยะข้างหน้ามีความไม่แน่นอนสูงจากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยด้านอุปทาน อาทิ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานโลก ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นตามภูมิทัศน์การค้าโลกใหม่ การทวนกระแสโลกาภิวัตน์ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ดังนั้น กนง. จะติดตามและประเมินผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ต่อพลวัตเงินเฟ้อไทยในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กนง. จะมีจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนที่ผ่านมาหรือประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้าเคลื่อนไหวออกนอกเป้าหมายระยะปานกลาง เพื่อสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลเสถียรภาพด้านราคาให้แก่สาธารณชน โดยจะชี้แจงถึง 1) สาเหตุของการเคลื่อนไหวออกนอกกรอบเป้าหมายดังกล่าว (2) แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมาและในระยะต่อไปเพื่อนำอัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะเวลาที่เหมาะสม และ (3) ระยะเวลาที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย นอกจากนี้ กนง. จะมีจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทุก 6 เดือน หากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยตามแนวทางข้างต้นยังคงอยู่นอกเป้าหมายและจะรายงานความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาเป็นระยะตามสมควร

5. ข้อตกลงในการแก้ไขเป้าหมายนโยบายการเงินหากมีเหตุจำเป็น

– ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรหรือจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ กนง. อาจตกลงร่วมกัน เพื่อแก้ไขเป้าหมายของนโยบายการเงินได้ก่อนนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณา

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ