
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ทำหนังสือกระทรวงการคลัง ขอให้ออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนน้ำมันฯ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการนำเสนอให้คณะกรรมการกำกับนโยบายและบริหารหนี้สาธารณะ บรรจุไว้ในการก่อหนี้สาธารณะ และนำเสนอ ครม. ใหม่ให้พิจารณาเห็นชอบ
ทั้งนี้ การออก พ.ร.ก.ดังกล่าว จะทำให้กองทุนน้ำมันมีเงินในการบริหารราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมว่าประชาชนควรจ่ายราคาน้ำมันที่ราคาเท่าไร อย่างเช่น การดูแลราคาน้ำมันดีเซลในปัจจุบัน ราคาขายอยู่ที่ลิตรละ 40 บาท กองทุนน้ำมันช่วยอุดหนุนอยู่ลิตรละ 19 บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก
สำหรับการลดภาษีสรรพสามิต คลังได้มีการประสานงานกับกองทุนน้ำมันฯ อย่างใกล้ชิด หากกลไกของกองทุนน้ำมันยังมีกำลังดูแลได้ หลังจากมีการออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินให้แล้ว ก็ยังอาจไม่จำเป็นต้องลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่เก็บอยู่ลิตรละ 5 บาทกว่า เพราะไม่ว่าจะการอุดหนุนของกองทุนน้ำมัน หรือการลดภาษี มีผลทำให้ราคาน้ำมันไม่แพงเพิ่มขึ้นเหมือนกัน
นายลวรณ กล่าวว่า การออก พ.ร.ก. ค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมัน หากมีการกู้เต็มจำนวน 1.5 แสนล้านบาท จะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มประมาณ 1% ของจีดีพี อย่างไรก็ตาม หนี้สาธารณะของประเทศยังสามารถกู้ได้อีก 3.5 แสนล้านบาท ถึงจะชนเพดาน 70% ของจีดีพี ตามกรอบความยั่งยืนทางการคลัง



