
วันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวง ภาคเอกชน ห้างค้าส่งและค้าปลีก ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย เข้าร่วมงานด้วย
โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงที เราทราบกันดีว่าสถานการณ์ความขัดแย้งการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงส่งผลกระทบเป็นวงกว้างราคาพลังงาน ในภาวะเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพของประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยของเราเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบนี้ด้วย รัฐบาลจึงได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งออกมาตรการเพื่อดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนต้องขอขอบคุณรมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีและข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ทุกคน ตนทราบดีว่าทุกท่านได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่งในการที่จะจัดหาสินค้าเหล่านี้เพื่อมาลดภาระลดความเดือดร้อนของประชาชน ที่จะต้องกล่าวถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมืออันดีจากที่เป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หลายรายที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งสินค้าที่ร้านค้าปลีกหรือห้างสรรพสินค้าเป็นเจ้าของแบรนด์ (กลุ่มเฮาส์แบรนด์) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าผ่านมาตรฐาน คุณภาพดี สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ในราคาสมเหตุสมผล เราพยายามจะหาสินค้าที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาป้าย ประชาชนสามารถจับต้องได้ง่าย สินค้าถึงแม้จะเป็นสินค้ารองลงมา แต่คุณภาพ ตนได้ถามปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนของตนตั้งแต่อนุบาล เขาไม่โกหกตนแน่ คุณภาพอาจจะไม่สวยงามเท่า
สินค้าที่อยู่ในห้าง แต่ตรงนี้ทำให้เรามีความมั่นใจว่าประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้ และสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือประชาชนจะสามารถประหยัดเงินในกระเป๋า และวันนี้ตนก็ตั้งใจมาซื้อของเยอะ ที่บ้านยาสีฟันหมด เพื่อพิสูจน์ว่าปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้พูดกับตนจริงหรือไม่
“โครงการนี้เป็นการช่วยคนไทย ไม่ต้องไปพึ่งพาใคร เราต้องช่วยเพื่อนร่วมชาติของเราทุกคนด้วยความเต็มใจด้วยความรัก ความสมานสามัคคี นี่เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องดำเนินต่อไป มันเป็นสัจธรรม เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนพึงจะปฏิบัติ ไม่ใช่เฉพาะในยามข้าวยากหมากแพงหรือในยามที่มีวิกฤตการณ์ใดๆก็ตาม แต่ในยามปกติเราก็ต้องรักกันสามัคคีกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน “นายกฯ กล่าว
ภายหลังเปิดโครงการฯ นายกฯเยี่ยมชมบูธ ร้านค้าต่างๆที่เข้าร่วมโครงการ โดยนายกฯ ได้เดินแวะอุดหนุนซื้อสินค้าตามบูธต่างๆ พร้อมจ่ายเงินสดด้วยเงินตัวเอง และหันมาบอกผู้สื่อข่าว ว่า “วันนี้ซื้อไปยังไม่ถึง 1,000 บาทเลย” ก่อนจะเดินไปซื้อยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก กระดาษทิชชู น้ำยาล้างจาน ข้าวสาร ลำใยกระป๋องในน้ำเชื่อม และลิ้นจี่กระป๋องในน้ำเชื่อม ไข่ไก่ 1 แผง ยาสระผม ครีมอาบน้ำ สบู่อาบน้ำนกแก้ว ข้าวกล้องถุงละ 5 กิโลกรัม 1 ถุง



