
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ในฐานะประธาน คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เปิดเผยว่า วันนี้ (3 เม.ย.) คตร. ประชุมเป็นครั้งที่ 2 นานกว่า 5 ชั่วโมง ต่อเนื่องจากเมื่อวาน เพื่อพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ตามที่นายกฯ มอบหมาย ให้พิจารณาและเสนอการศึกษาค่าการกลั่นและค่าการตลาดน้ำมันที่เหมาะสม
โดยวันนี้ คตร. ได้เชิญโรงกลั่นมาหารือ ได้ข้อสรุปเบื้องต้น ในช่วงวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั้งราคาขายในตลาดทั่วโลกสูงขึ้น โดยมีค่าวอร์พรีเมียม เนื่องจากช่วงสงครามน้ำมันหายาก ทำให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นใส่ค่าวอร์พรีเมียม ทำให้ราคาสูงมาก ขณะเดียวกันต้นทุนน้ำมันดิบก็มีค่าวอร์พรีเมียม เช่นกัน ทำให้ต้นทุนสูงมากเช่นกัน
อย่างไรก็ดี คตร. ได้เทียบกับในอดีตช่วงก่อนมีสงคราม พบว่า ค่าการกลั่น 5 ปีที่ผ่านมา และรวมค่าวอร์พรีเมียมที่โรงกลั่นคิดในปัจจุบันเข้าไปแล้ว คตร เห็นว่ามีค่ากำไรมากขึ้น นอกจากนี้ คตร. ได้ดูในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ว่าโรงกลั่นมีกำไรส่วนนี้ที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่าปกติ
ดังนั้นที่ประชุม คตร. จึงมีมติเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมวันที่ 6 เม.ย. นี้ ตามข้อสั่งการของนายกฯ ตามกฎหมายปัจจุบัน คตร. ทราบดีว่าประชาชนเดือดร้อน การออกกฎหมายใหม่ไม่ทันการณ์ จึงได้ศึกษาอดีตช่วงสงครามรัสเซียยูเครน ได้เคยมีมติ ครม. เมื่อ 21 มิ.ย. 2565 ให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน นำส่งกำไรส่วนหนึ่งที่เป็นกำไรกรณีพิเศษนี้ จากค่าการกลั่น ในช่วงวิกฤตที่ราคาน้ำมันแพง เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยที่ขอให้การช่วยเหลือนี้ไปส่งผ่านในราคาน้ำมันที่กระทบประชาชน เพื่อลดผลกระทบของประชาชนในทันที
สำหรับรายละเอียด จะเป็นเม็ดเงินเท่าไร ได้ขอให้กระทรวงพลังงานไปทำตัวเลขรายละเอียด เพราะต้องคำนวณต้นทุนและรายได้ที่แท้จริงจากโรงกลั่น ต่าง เพื่อใช้เพื่อเป็นฐานในการคำนวน คตร.เชื่อว่าถ้าใช้ตัวเลขจริง ที่รมว.พลังงานมีอำนาจขอข้อมูลได้ในวันนี้ จะได้ข้อมูลที่ละเอียด และนำกำไรส่วนเกินนี้ มาส่งผ่านช่วยเหลือประชาชนในปัจจุบัน
“คตร. จะเสนอมติดังกล่าวให้ ครม. เห็นชอบในวันที่ 6 เม.ย. นี้ ซึ่งในเชิงกฎหมายดูแล้วว่าสามารถเสนอให้ ครม. ในการประชุมนัดแรกเห็นชอบได้ทันที เพื่อลดผลกระทบของประชาชน” นายเอกนิอติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว คตร. จะเสนอให้ใช้เป็นเดือนต่อเดือน ต่อเนื่องไป เนื่องจากเห็นว่า สถานการณ์สงครามยังไม่จบ และทวีความรุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ คตร. ได้ดูค่าการกลั่นที่ปัจจุบันอยู่ที่ 13 บาทต่อลิตร หากดูเฉลี่ยเดือนมีนาคม อยู่ที่ 7.30 บาทต่อลิตร แต่ต้นทุนที่เห็นนี้ยังไม่รวมค่าวอร์พรีเมียม ซึ่งเมื่อรวมแล้ว ก็ยังพบว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนเกินที่กระทรวงพลังงานจะไปเจรจากับโรงกลั่น เพื่อนำส่วนนี้มาลดราคาขายปลีก
นายเอกนิติ กล่าวว่า ในส่วนของการค่าการตลาด กระทรวงพลังงานพิจารณาระดับที่เหมาะสมอยู่ที่ 2.45 บาทลิตร ทุกชนิดน้ำมัน ก็ให้กระทรวงพลังงานกำกับดูแลไม่ให้เกินจากค่าดังกล่าว
ส่วนเรื่องการลดภาษีน้ำมัน คตร. เห็นว่าการนำกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นดำเนินการช่วยประชาชนได้เร็ว และตรงจุดมากกว่า สำหรับเรื่องการเก็บภาษีจากกำไรค่าการกลั่น (วินฟอร์แทค) อยู่ระหว่างการศึกษา
“วันนี้ต้องพูดตรงๆ ว่า กลไกช่วยเหลือประชาชนที่เร็วที่สุด คือการให้นำกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่น ส่งผ่านมาถึงประชาชนทันที” นายเอกนิติ กล่าว



