ตลาดตราสารหนี้ ป่วน เจอพิษสงครามตะวันออกกลาง

Date:

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าววา จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาถึงสงครามสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่านที่กำลังเกิดขึ้น ส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนและเกิดแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรวมถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ โดยในไตรมาส 1/2569 ตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 1.7% มาอยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐ
เป็นสำคัญ ขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนมีมูลค่าคงค้างใกล้เคียงเดิมที่ 4.5 ล้านล้านบาทส่วนนักลงทุนต่างชาติมียอดการซื้อสุทธิ 19,589 ล้านบาท สำหรับผลสำรวจการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปีนี้ 

ดร.สมจินต์ กล่าวสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

– มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 1.7 % จากสิ้นปี 2568: โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 18.2 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก

– การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวเท่ากับ 171,889 ล้านบาท: ในไตรมาส 1/2569 มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้) เท่ากับ 171,889 ล้านบาท โดยผู้ออกในกลุ่ม Investment grade (IG) สามารถออกได้ใกล้เคียงหรือมากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกที่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่ม HY ออกหุ้นกู้โดยรวมได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY  PROPERTY  และ FOOD and BEVERAGE ตามลำดับ

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569: โดยเป็นการซื้อสุทธิในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์รวม 56,061 ล้านบาท ก่อนพลิกเป็นการขายสุทธิในเดือนมีนาคม 36,472 ล้านบาทหลังเกิดสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท และมียอดการถือครองเท่ากับ 9.37 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.1% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.3 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.1 ปี เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา

– เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond yield) ขยับตัวสูงขึ้นทุกรุ่นอายุในลักษณะ Bear Steepening โดย Bond yield ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าระยะสั้น สืบเนื่องจากความกังวลอัตราเงินเฟ้อจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดย Bond yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25, 42 และ 55 bps. จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 1.38%, 1.70% และ 2.21% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569

– เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ทุกอันดับเครดิตปรับตัวสูงขึ้น 28-59 bps. ใกล้เคียงกับการปรับขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้รุ่นอายุ 5 ปี อันดับเครดิต AAA  AA  A และ BBB+ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.09%  2.35%  2.82% และ  4.37% ตามลำดับ

– อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2569 มีแนวโน้มคงตัว: ผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า ในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 2569 กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ส่วนการคาดการณ์ Bond yield ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า ในปี 2569 Bond yield ไทยรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี จะขยับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยราว 5 bps. จากสิ้นไตรมาส 1
โดยมีปัจจัยหลักจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย อัตราเงินเฟ้อและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน