ก.ล.ต. จับมือ ตำรวจ ยึดทรัพย์ทุนเทา 2 หมื่นล้าน

Date:

ก.ล.ต.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มุ่งประสานการทำงานเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการกระทำความผิดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและยับยั้งช่องทางของทุนเทาในทุกมิติ

ตามที่การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ และทุกหน่วยงานมุ่งปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยบูรณาการกระบวนการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด 

การประสานความร่วมมือหลายหน่วยงานในการเชื่อมโยงข้อมูลและติดตามเส้นทางการเงิน เป็นปัจจัยสำคัญในการสกัดกั้นและยับยั้งการโยกย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่เข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานในหลายกฎหมาย ก.ล.ต. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกัน นำไปสู่การดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้มีการแถลงความคืบหน้าของคดีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดย ก.ล.ต. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสกัดกั้นทุนเทาและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อันเป็นการปกป้องและดูแลประชาชน

พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า “กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมุ่งเน้นการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการเงินที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะคดีที่มีการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดเข้าสู่ตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล จึงได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ก.ล.ต. อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การสืบสวนขยายผลเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม จนนำไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานอื่น เช่น ปปง. ซึ่งสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางพร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือในลักษณะนี้กับทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีเอกภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรม”

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้การตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะข้อมูลในส่วนของ ก.ล.ต. สามารถนำไปใช้ดำเนินการภายใต้ความผิดหลายกฎหมาย ขณะเดียวกันข้อมูลหรือการกระทำความผิดในกฎหมายอื่น ๆ เช่น ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ก็สามารถนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้เช่นกัน ทั้งในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ ก.ล.ต. พร้อมดำเนินการในทุกมิติเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 มาตรการสกัดกั้นทุนเทาของ ก.ล.ต. เพื่อให้มั่นใจว่า สามารถสกัดกั้นและยับยั้งช่องทางของทุนเทาหรืออาชญากรรมทางการเงิน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว”

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ