‘สิริพงศ์’ แจง รัฐบาลเร่งแลนด์บริดจ์

Date:

วันที่ 4 พ.ค. 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมองรัฐบาลดูเร่งรีบในการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้ตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่า จะเก็บค่าผ่านทางสินค้าในพื้นที่ช่องแคบ และสถานการณ์ความไม่สงบที่ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ รัฐบาลจึงต้องนำเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นมาพูด เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ โดยสถานการณ์โลกมีการพูดถึงเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่เป็นทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้รัฐบาลจึงเห็นสมควรที่จะหยิบยกมาพูด เพราะการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ต้องใช้เวลาการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และอีกหลายขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ

เมื่อถามว่า กรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระบุโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานตัวเลขด้านความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นทางการเงินหรือทางเศรษฐศาสตร์ออกมา และหน่วยงานราชการก็ไม่ได้ทำลำพัง เพราะมีบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกเข้ามาพูดคุย และคำนวณความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจด้วย ส่วนจะคุ้มทุนหรือไม่นั้น มีภาคธุรกิจ บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนด้วย ดังนั้นจะสามารถประเมินได้ ไม่ใช่การที่รัฐบาลออกมาบอกว่า ดีอย่างเดียว เพราะบริษัทเอกชนสามารถประเมินได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ ตัวเลขสามารถตอบได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้โครงการขนาดใหญ่ มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ออกมาตรการเพื่อให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด แน่นอนว่าถ้าตอบว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้ มันกระทบอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่กินดีอยู่ดี และมีส่วนในการใช้ประโยชน์จากที่ดินลักษณะนี้ด้วย โดยขั้นตอนการดำเนินการของโครงการนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ และกฎระเบียบต่าง ๆ ในการดำเนินการโครงการนี้

เมื่อถามว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเงินลงทุนที่สูงเกินสำหรับการสร้างท่าเรือ 2 ท่า นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ ทั้งหมดเป็นการประมาณการว่าในโครงการนี้ทั้งการทำท่าเรือ และระบบล้อ ระบบราง ระบบท่อ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางรัฐบาล เพราะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน (PPP) ตัวเลขต่าง ๆ จะนำมาใช้พิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจ ว่าจะเป็น PPP ในลักษณะใด

เมื่อถามว่าไทม์ไลน์ในปี 2573 จะสามารถลงในโครงสร้างพื้นฐานได้เลยหรือไม่ นายสิริพงศ์ ระบุว่า เรื่องนี้จะเป็นอย่างเร็วอันดับแรกต้องมีการผลักดัน พ.ร.บ.SEC ให้เกิดขึ้นก่อนจากนั้นจะเป็นกระบวนการต่าง ๆ ในเรื่องการดูความพร้อมและสภาพพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน

เมื่อถามว่า พ.ร.บ.SEC จะเข้าที่ประชุมรัฐสภาได้เมื่อไหร่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากไทม์ไลน์ที่หน่วยงานให้มาคาดว่าภายในปีนี้ก็จะสามารถเดินหน้าได้ เมื่อถามว่าทุกอย่างจะครอบคลุมทั้งการศึกษาและการลงทุนใช่หรือไม่ นายสิริพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเงินลงทุนเป็นการลงทุนในลักษณะ PPP หากได้ติดตามโครงการแลนด์บริดจ์มาแต่ต้น จะเห็นว่าเงื่อนไขมีการปรับเปลี่ยนมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งแต่ก่อนมีการถามว่าเป็นการเช่าโครงการ 99 ปีหรือไม่ แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่าจะเป็นการเช่า 50 ปี ซึ่งรัฐบาลก็ฟังเสียงของประชาชนที่ทักท้วงและท้วงติงจากภาคประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น พ.ร.บ.SEC ฉบับนี้มาจากการฟังจากประชาชนด้วย โดยในเร็ว ๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม จะลงพื้นที่ไปรับฟังและพูดคุย ซึ่งเราจะมีกระบวนการรับฟังความเห็น ไม่ว่าจะทางส่วนกระทรวงคมนาคมหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ