โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ พอใจ GDP ไทยไตรมาส 1/69

Date:

โฆษกรัฐบาล

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พอใจเศรษฐกิจไทยมีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง  ล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 2.8 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.5 ในไตรมาส 4 ของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลตั้งแต่สมัยแรกดำเนินมาถูกทิศทาง และมาตรการที่ทยอยออกมาเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวรัชดา กล่าวว่า โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ ได้แก่ การเร่งรัดรายจ่ายภาครัฐ การกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน การปรับปรุงกลไกภาครัฐและกฎระเบียบเพื่อลดอุปสรรคด้านการลงทุน รวมถึงการยกระดับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น และแนวโน้มเชิงบวกด้านอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจากสถาบันจัดอันดับระดับโลก อย่างเช่น Moody’s ที่ปรับความน่าเชื่อถือของไทย จากเชิงลบ (Negative Outlook) เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) และวิเคราะห์ว่า ไทยเป็น 1 ในประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่สามารถรับมือแรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลกตลอดช่วงปีที่ผ่านมาได้ดีขึ้น

นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า การลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ 9.9 สูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 10.1 จากการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยี   ภาคการส่งออกยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี รัฐบาลเตรียมเดินหน้าขยายตลาดใหม่เพิ่มเติมในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

นางสาวรัชดา กล่าวว่า มากไปกว่านั้น การดูแลเศรษฐกิจฐานรากทำควบคู่กัน โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ยังเผชิญแรงกดดันจากราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก รัฐบาลจะเร่งดูแลเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มผู้มีอาชีพอิสระ ผ่านมาตรการลดต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการน้ำ การดูแลราคาสินค้า และการขยายตลาด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพและเศรษฐกิจโลก  ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์พลังงาน ราคาสินค้า และต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมกำชับการดูแลเศรษฐกิจระยะต่อไป ต้องให้ความสำคัญกับดูแลประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ค่าครองชีพอันเป็นผลกระทบจากราคาพลังงาน ผ่านมาตรการต่างๆ รวมถึงมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ที่ได้ปรับรูปแบบเป็น รัฐช่วย 60 ประชาชนจ่าย 40 เพื่อกระจายเม็ดเงินลงสู่ร้านค้ารายเล็กและเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ 

“ช่วงเวลาที่นายกฯอนุทิน ได้เข้ามาบริหารประเทศ สมัยแรกช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569  ไทยต้องเผชิญกับวิกฤตภายนอก ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาภาษีศุลกากรของสหรัฐ ฯ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ จนกลายเป็นวิกฤตพลังงานทั่วโลก แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน  รัฐบาลได้นำความต้องการและความเดือดร้อนของประเทศ ผู้ประกอบการ ประชาชน มาโจทย์จากนี้ โครงการต่างๆ ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัส และการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงงาน  รวมทั้งมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่จะทยอยมาออก  จะเป็นมาตรการหลักในการดูแลประชาชนและประคองการเติบโตเศรษฐกิจถึงปลายปีนี้ โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเป้าหมายเศรษฐกิจเติบโตทั้งปีที่ร้อยละ 2“ นางสาวรัชดา  กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน