นายกฯ อนุทิน ลุยปราบปสแกมเมอร์ -เครือข่ายยาเสพติด

Date:

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการฯ ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังจากที่ตนได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนโยบายที่สำคัญคือการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้พวกเขาได้ปลอดภัยจากอาชญากรรมในทุกรูปแบบ ทั้งเรื่องยาเสพติด เรื่องฉ้อโกง การก่อการร้าย การหลอกลวงทางไซเบอร์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมในรูปแบบอื่นๆที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงต่อประชาชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามกระบวนการสแกมเมอร์ การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน จึงขอแสดงความชื่นชมทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือต่อนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ มีผลงานแต่ละคดีที่ออกมามากมายสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เห็นว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินการตามนโยบายการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็มีชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาพักอาศัยและประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศของเราเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค คนเหล่านี้เข้ามาประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจที่แข็งขันกับคนไทยด้วย รวมถึงมีการใช้คนสัญชาติไทยมาเป็นตัวแทนหรือนอมินี เพื่อเข้าทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ครึ่งหนึ่ง หรือดำเนินธุรกิจต่างๆแทนตัวคนต่างชาติ เช่น อาชีพธุรกิจโรงแรม ที่พัก โรงพยาบาล สถาบันอุดมศึกษา เอกชน ร้านอาหารตลอดจนธุรกิจและบริการอื่นๆ ซึ่งทำให้มีชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากในบางกรณีรวมตัวกันตั้งเป็นชุมชนในหลายพื้นที่อย่างเป็นเอกเทศ มีการจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม และทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงไม่ได้ ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวถ้าเรายังคงปล่อยไว้เป็นเช่นนี้ อาจจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต และจะก่อความเสียหายกับทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้นการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมาเป็นการให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เพื่อให้อยู่ในคำสั่งเดียวกันนี้เน้นในเรื่องของสแกรมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทันต่อสถานการณ์ลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ต้องขอขอบคุณทุก ทุกท่าน ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องที่ได้มาร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความพร้อมและความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะคอยปกป้องดูแลความปลอดภัย ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา ขอให้ทุกท่านได้คงดำรงความมุ่งมั่นและดำรงเป้าหมายต่อไปอย่างมั่นคง เพื่อให้การดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้ความเชื่อมั่นต่างๆของประเทศไทยได้อยู่ในระดับที่สูง และจะก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความมั่นใจเรื่องการลงทุน การค้าจากต่างประเทศ การมาเป็นคู่สัญญาต่างกับประเทศไทย และการท่องเที่ยวตลอดจนความมั่นคงของประเทศ และความร่วมมือของประเทศนานาชาติที่มีต่อประเทศไทย ฉะนั้นถ้าเราทำเรื่องนี้ได้ด้วยประสิทธิภาพ ประสิทธิผลความตั้งใจ ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นและความต่อเนื่องสิ่งเหล่านี้จะบรรลุผลสำเร็จได้  และยังประโยชน์มหาศาลให้กับประเทศของเรา

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน