ปลัดคลัง ยันพ่อแม่อุทธรณ์ลูกไม่เลี้ยงดูจริง ให้ได้ไปต่อ ‘บัตรคนจน’

Date:

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน รอบใหม่ คลังยืนยันบนหลักการที่สำคัญ 3 ประเด็น ประกอบด้วย

1 บัตรสวัสดิการจากนี้ไป จะใช้สำหรับกลุ่มคนที่จนที่สุดจริงๆ เท่านั้น เกณฑ์คัดกรองเลยต้องเข้ม

2 กล่มคนที่จนแต่ไม่จนที่สุด รัฐจะมีการดูแลด้วยมาตรการที่เหมาะสมแต่ไม่ใช่บัตรสวัสดิการ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 หรือมาตรการอื่นในอนาคต

3 ผู้เสียภาษีที่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริงไม่สมควรหักค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบุพการี เพราะไม่ตรงตามเจตนารมย์ของมาตรการและมีความเสี่ยงกับใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อประโยชน์ทางด้านภาษี เพราะมาตรการลดหย่อนภาษีต้องการให้กลับไปดูแลบิดามารดาจริงๆ เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาลถ้าไม่ได้ดูแลบิดาจริงก็ไม่สมควรได้รับการลดหย่อน

“วันนี้ประเด็นในสังคมต้องถกเถียงกันว่าคนที่หักลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบิดามารดา และไม่ได้กลับไปดูแลจริง มีมากน้อยแค่ไหน และสมควรได้รับสิทธิการลดหย่อนภาษีต่อไปหรือไม่” นายลวรณ กล่าว

ปลัดคลัง กล่าวว่า ไม่เคยสั่งให้กรมสรรพากรไปสอบภาษีย้อนหลังผู้ใช้สิทธิลดหย่อยเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่ได้ขอให้กรมสรรพากรไปดูว่าผู้ที่ยื่นแบบรายได้บุคคลธรรมจำนวน 11 ล้านคน มีคนใช้สิทธิลดหย่อนเลี้ยงดูพ่อแม่จำนวนเท่าไร เพื่อดูว่าในจำนวนนี้ เป็นคนที่ถือบัตรคนจนจำนวนเท่าไร ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนที่หลุดจากการได้บัตรคนจนในเงื่อนไขนี้จำนวนไม่มาก

อย่างไรก็ตาม หลังประกาศคนที่ผ่านเกณฑ์คนจนรอบใหม่ ในวันที่ 17 ก.ค. 2569 พ่อแม่ที่หลุดจากสิทธิบัตรคนจน เนื่องจากลูกนำรายชื่อไปหักลดหย่อนภาษี สามารถยื่นอุทธรณ์ ว่าลูกไม่ได้เลี้ยงดูจริง กระทรวงจะยึดฝั่งพ่อแม่ที่ถือสิทธิบัตรคนจนเป็นหลัก ให้พ่อแม่ได้รับสิทธิบัตรคนจนเหมือนเดิม เพราะถือว่าลูกเอาสิทธิไปใช้โดยที่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง และลูกก็จะไม่สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนพ่อแม่ในปีหน้าได้ต่อไป

“การเปิดอุทธรณ์จะให้มีขึ้นหลังวันที่ 17 ก.ค. 2569 ซึ่งหากพ่อแม่อุทธรณ์ว่าลูกที่นำชื่อไปหักลดหย่อยไม่ได้เลี้ยงดูจริง พ่อแม่ก็ควรจะได้รับสิทธิบัตรคนจน และลูกก็ไม่ควรจะได้รับสิทธิ เพราะว่าสองอย่างมันเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้ มันต้องมีคนใดคนหนึ่งพูดไม่จริง รัฐบาลเป็นคนใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน เห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นรัฐบาลจะจ่ายเงินให้ไม่ได้ แต่ที่ผ่านมามันต้องจ่ายเพราะว่ามองไม่เห็น แต่วันนี้เห็นแล้วก็จะไม่จ่าย ลูกที่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง ก็อย่ายื่นหักลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ดีกว่า” นายลวรณ กล่าว

ปลัดคลัง กล่าวว่า เกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ ออกมาชัดเจนแล้ว เดินหน้าต่อไปวันนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วย และก็มีคนไม่เห็นด้วย ซึ่งคลังรู้อยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมมีแรงเสียดทาน เกณฑ์ทั้งหมดที่ออกมามีเหตุและผลที่อธิบายอย่างชัดเจน ขอให้รอดูประกาศผู้ที่ได้สิทธิในวันที่ 17 ก.ค. 2569 นี้ คนจนเดิม 13.18 ล้านคน เหลือจำนวนเท่าไร และต้องตอบสังคมให้ได้เกณฑ์แต่ละเกณฑ์คัดคนออกไปจำนวนเท่าไหร่ และเจ้าตัวก็ต้องรู้ว่าหลุดจากสิทธิบัตรคนจนจากเกณฑ์อะไร เพื่อที่จะยื่นเรื่องอุทธรณ์ได้ถูกต้อง เป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกขัดคัดกรองออก

“เรารู้อยู่แล้วว่าทำมาตรการนี้ ไม่มีคำชมหรอก มีแต่ต่อว่าอยู่แล้ว เพราะไปตัดสิทธิคนที่เค้าเคยได้ด้วยเกณฑ์ที่เข้มขึ้น แต่มันต้องทำเพื่อเอาคนที่ไม่จนจริงออกจากระบบบัตรคนจนให้ได้ การทำเช่นนี้รู้อยู่แล้วต้องได้รับก้อนอิฐ ไม่ได้รับดอกไม้อยู่แล้ว” นายลวรณ กล่าว

ปลัดคลัง ยังกล่าวย้ำว่า “ถ้าเราต้องการให้คนที่ไม่จนจริงหลุดออกจากบัตรสวัสดิการ เกณฑ์ต้องเข้มแบบนี้แหละ วันนี้เราต้องการเอาคนที่ไม่จนจริงออกจากบัตรคนจนให้ได้ ซึ่งคำพูดนี้มันแทงใจมาหลายปี ซึ่งคนไม่จนจริงแล้วได้บัตรคนจนเราก็รู้ว่ามันมี ทำไมเราถึงเอาเค้าออกไปไม่ได้ ทำไมตะแกรงของเรามันใหญ่อย่างนั้น วันนี้เราทำตะแกรงให้ถี่ที่สุดเท่าที่ทำได้ คนที่ที่เหลือต้องจนจริงๆ และต้องจนที่สุดด้วย จะมาบอกว่าคนนั้นก็จน คนนี้ก็จน ซึ่งคนจนมีหลายระดับ การที่มีลูกดูแลก็ไม่ถือว่าจน เท่ากับคนที่จนที่สุดกับคนที่ไม่มีลูกหลานดูแล” 

นายลวรณ กล่าวว่า โครงการบัตรคนจน ถือเป็นนโยบายรัฐสวัสดิการ ซึ่งการดำเนินการต้องเป็นคนจนตัวจริง โดยการใช้งบประมาณดำเนินการในโครงบัตรคนจนอยู่ที่เดือนละ 4,700 ล้านบาท 

สำหรับ กลุ่มคนจนที่ตกหล่นของทางกระทรวงมหาดไทยสำรวจขณะนี้มีประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งจะส่งมาให้คลังกลั่นกรองตามเกณฑ์เหมือนคนที่ถือบัตรคนจนเดิม ว่าสุดท้ายแล้วจะผ่านได้รับบัตรคนจดจำนวนกี่คนก็จะประกาศผลพร้อมกันในวันที่ 17 ก.ค. 2569

ขณะที่การลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ของผู้ถือบัตรคนจนรายเดิมวันแรก (4 มิ.ย. 2569) ใน 2 ชั่วโมงแรก มีคนมายืนยันสิทธิประมาณ 2 แสนคน คาดว่าทั้ง 13.18 ล้านคน ทุกคนจะมายืนยันสิทธิภายในกำหนดเวลา หากไม่มายืนยันสิทธิก็จะถูกตัดสิทธิจากโครงการบัตรคนจนใหม่ทันที

ขณะที่การอุทธรณ์ จะเริ่มตั้งแต่ 18-31 ก.ค. 2569 ประกาศผลอุทธรณ์วันที่ 10 ก.ย. 2569 ซึ่งรัฐบาลจะหามาตรการมารรองรับผู้ที่หลุดออกจากบัตรคนจน ว่ามาตรการไหนเหมาะสมโดยมาตรการไทยช่วยไทยพลัว 60/40 ก็เป็นมามาตรการหนึ่งที่รัฐบาลทำได้ เพราะมีสิทธิเหลืออยู่ 4 สิทธิ หากฝ่ายนโยบายเห็นชอบคลังก็พร้อมดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลยืนยันแล้วว่าจะดูแลประชาชนทุกคน แต่จะดูแลด้วยมาตรการแบบไหน ด้วยความเหมาะสมที่มากขึ้นเรื่อยๆ จะไม่ได้เป็นแบบเหมารวมเหมือนที่ผ่านมา

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน