นายกฯ อนุทิน รับข้อเสนอหอการค้าไทย ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน

Date:

วันที่ 10 มิถุนายน 2569  ทำเนียบรัฐบาลนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการค้า 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อเสนอของภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในหลายมิติ โดยรัฐบาลได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าและภูมิภาคสำคัญ การดึงดูดการลงทุน การยกระดับผู้ประกอบการ SMEs การพัฒนาและแปรรูปภาคเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI ตลอดจนการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้โปร่งใส สะดวก และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และจะเร่งผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

“รัฐบาลเชื่อว่าการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีศักยภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการลงทุนและการจ้างงาน การหารือในวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันสร้างเงื่อนไขที่ดีที่สุดในการขยายการค้า การลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”

นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นักลงทุน และประชาชนทั่วประเทศ

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าหารือและเสนอแนวทางความร่วมมือ โดยระบุว่าเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศร่วมกัน โดยภาคเอกชนได้เสนอข้อเสนอแนะ 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ข้อเสนอเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ (Zero Corruption) การปฏิรูปภาคเกษตร การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ การสนับสนุนสินค้า Made in Thailand พร้อมเสนอในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนรายสาขา เช่น พาณิชย์ เกษตร ท่องเที่ยว AI พลังงาน โลจิสติกส์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

2. ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย อาทิ การกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภค การลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ การเสริมสภาพคล่องของ SMEs และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็นต้น

3. ข้อเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

4. มาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเข้มข้น (เร่งด่วน) อาทิ การลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่มีนายจ้างและอยู่ในประเทศไทย และการวางแผนทดแทนแรงงานต่างด้าวในระยะยาว เป็นต้น

5. การยกระดับแพลตฟอร์มศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ (New National Art and Culture Platform) เช่น การปรับปรุงหลักเกณฑ์เขตปลอดอากรประเภทหอศิลป์ (Art Free Zone) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนิทรรศการ การค้า การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค

6. แผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค ครอบคลุมกลุ่มประเภทธุรกิจสำคัญทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ประกอบด้วยด้านการเกษตรและอาหาร เช่น โครงการมหานครผลไม้เมืองร้อน ด้านท่องเที่ยวและบริการ เช่น โครงการยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 และไฟป่าภาคเหนือ

“เห็นควรให้จัดตั้ง กรอ. พร้อมคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง โดยจะได้นำประเด็นการหารือต่างๆ มาเพื่อเดินหน้าความร่วมมือ และขอชื่นชมการจัดงาน THAIFEX – Anuga Asia ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยได้อย่างมากว่า ภาคเอกชนไทยถือเป็น back สำคัญให้กับประเทศ” นายกฯกล่าวปิดท้าย

นายกฯ อนุทิน ผนึกหอการค้าไทย-สภาหอการค้าฯ ยกระดับความร่วมมือรัฐ-เอกชน บุกตลาดโลก

วันที่ 10 มิ.ย. 2569 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมระหว่างคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานเศรษฐกิจ กับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดยนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการค้า

นายอนุทิน กล่าวเปิดการประชุมว่า จากการเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมงาน ASEAN Forum ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการพาผู้แทนภาคเอกชนไทยและนักลงทุนรายใหญ่ไปร่วมงานด้วย เช่น กลุ่มอมตะ เซ็นทรัล และกลุ่ม WHA ที่ผ่านมาภาคเอกชนของไทยมีการเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการเดินทางในฐานะนักลงทุนส่วนบุคคล รัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงรูปแบบการร่วมคณะเดินทางไปต่างประเทศ โดยจะเน้นการเชิญตัวแทนในนามสภาหรือองค์กรธุรกิจอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทางสภาฯสามารถจัดสรรผู้ที่เหมาะสมเข้าร่วมคณะ ซึ่งจะช่วยให้การเจรจาธุรกิจมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จดียิ่งขึ้น

นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งนี้ในการเดินทางไปเยือนเวียดนามในครั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยในบริบทภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบันไทยและเวียดนามควรเปลี่ยนจากการเป็นคู่แข่งมาเป็นคู่ค้าและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากทั้งสองประเทศมีขนาดเศรษฐกิจ (GDP) และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการผนึกกำลังกันจะช่วยเสริมศักยภาพให้ทั้งสองประเทศสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการผลิตสินค้าที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยรัฐบาลไทยได้สื่อสารความต้องการของภาคธุรกิจไทยไปยังรัฐบาลเวียดนาม เพื่อให้ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนในเวียดนามอย่างเต็มที่แล้ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า รัฐบาลชุดนี้มีความเชื่อมั่นว่าการจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยรัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและผลักดัน เพื่อให้ได้เงื่อนไขทางการค้าที่ดีที่สุดในการเปิดตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยการตัดสินใจลงทุนและการเปิดช่องทางตลาดใหม่ๆ จากภาคเอกชนทั่วโลก
ขอให้คณะกรรมการหอการค้าฯ หารือและสอบถามข้อสงสัยกับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อคลี่คลายประเด็นปัญหาต่างๆที่ยังคั่งค้าง และร่วมกันวางแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน