บุกตรวจนอมินีภูเก็ต – กระบี่ 66 บริษัท พัวพันถือครองที่ดินอำพราง

Date:

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ตนพร้อมด้วยหม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบนอมินีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการปราบปรามการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมสนับสนุนตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น และงบการเงินแบบเชิงลึก ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ได้ร่วมกับพลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนจากกรมที่ดิน ผู้แทนสำนักงานพาณิชย์ทั้งสองจังหวัด และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ชื่อปฏิบัติการของ สตช. ‘ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน’ เพื่อป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ผลการปฏิบัติการในจังหวัดภูเก็ต พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นนอมินีจำนวน 10 บริษัท เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย โดยมีจำนวนที่ดิน 4 แปลง จำนวนกว่า 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 39 ราย ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดินรวม 52 แปลง มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกว่า 231 ล้านบาท โดยจุดที่กรมฯ ได้ร่วมตรวจค้นเป็นโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง ซึ่งจดทะเบียนบริษัทเมื่อปี 2562 ประกอบธุรกิจโรงแรม  รีสอร์ท ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ รวมทั้งเคยประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยวเนื่องกระทำผิดเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนกรรมการ จากการตรวจสอบพบว่ากรรมการและผู้ถือหุ้นคนไทยในบริษัทมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรวม 3 บริษัท และเป็นกรรมการ 5 บริษัท โดยผู้ถือหุ้นคนไทยยอมรับว่าถือหุ้นแทนคนอิสราเอล และยังพบว่ามีบริษัทที่ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านกัญชา ใช้ที่ตั้งแห่งเดียวกันในการประกอบกิจการด้วย 

สำหรับจังหวัดกระบี่ พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินีจำนวน 9 บริษัท ถือครองที่ดิน 17 แปลง จำนวนกว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 8 ราย ที่มีโครงสร้างการถือหุ้นเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน 8 แปลง จำนวนกว่า 8 ไร่ มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 499 ล้านบาท”

“นอกจากนี้ การตรวจสอบยังพบกรณีสำคัญอีกหลายประเด็น อาทิ การตรวจพบบริษัททรอปิคอลเฮาส์ฯ ประกอบธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างพูลวิลล่า โครงการตั้งอยู่ในทำเลทองในจังหวัดกระบี่ มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 16 แปลง จำนวนกว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียน จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริงบริษัทดังกล่าว มีผู้บริหารและควบคุมกิจการโดยชาวต่างชาติ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยเชื่อว่าคนไทยไม่ได้มีการลงทุนจริง และ บริษัท ซาลาบัฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่หาลูกค้าที่เป็นรีสอร์ทเพื่อหาสมาชิกของกลุ่มลับเฉพาะในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่นิยมไม่สวมใส่เสื้อผ้าในกิจกรรมกลางแจ้งภายในรีสอร์ทและหาดทรายแบบมีความเป็นส่วนตัว โดยกรรมการเป็นคนไทยที่ไม่สามารถให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าเป็นผู้ลงทุนจริงแม้ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวจะมีคนไทยถือหุ้น 100% เพราะบริษัทมีความผิดปกติหลายๆ ประเด็นที่ทำให้น่าเชื่อว่าเป็นนอมินี”

“กรมฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีการลงทุนจากต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยการสนับสนุนข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และงบการเงิน เนื่องจากการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือนอมินีถือเป็นการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจไทย สร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย และกรมฯ จะเดินหน้าบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน และผู้ว่าราชการในจังหวัดพื้นที่เสี่ยงนอมินี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อสืบสวน ตรวจสอบ และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และส่งเสริมการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเตรียมส่งข้อมูลบริษัท 623 รายในพื้นที่ 4 จังหวัด (สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา) ซึ่งพบผู้ทำบัญชีเข้าไปพัวพันให้การสนับสนุนต่างชาติกระทำความผิดในลักษณะนอมินีให้ชุดเฉพาะกิจฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” 

“อย่างไรก็ดี ขอย้ำว่าประเทศไทยเปิดกว้างและพร้อมอำนวยความสะดวกต่อการลงทุนจากต่างชาติที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ใช้ช่องทางนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน