บสย. ปลดล็อก SMEs กลุ่มอาหารเข้าถึงสินเชื่อ ต่อยอดธุรกิจ

Date:

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (NFI) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพและการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร” ผนึกกำลังสร้างกลไกใหม่ในการพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารไทย มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของ SMEs กลุ่มอาหาร เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ ภายในงานยังได้จัดสัมมนาพิเศษหัวข้อ “Financial Survival Strategy 2026 : พลิกวิกฤตเศรษฐกิจด้วยเทคนิคบริหารธุรกิจจากงบการเงินสำหรับผู้ประกอบการอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง” เพื่อถ่ายทอดแนวทางการบริหารการเงินและการรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจให้แก่ SMEs ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย สถาบันอาหาร เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนการผลิตที่ผันผวน และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้ SMEs จำนวนมากต้องเผชิญความท้าทายทั้งด้านการบริหารจัดการธุรกิจและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อขยายกิจการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของภาคธุรกิจอาหารไทยในปัจจุบัน โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะครอบคลุมการส่งเสริมองค์ความรู้ด้าน Financial Literacy การวางแผนธุรกิจ การจัดทำบัญชีอย่างเป็นระบบ การพัฒนาระบบพี่เลี้ยงทางธุรกิจ (Business Mentoring) ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคการเงินและหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับผู้ประกอบการอาหารไทยในทุกระดับ

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนา “Food Financing Ecosystem” หรือระบบนิเวศที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านธุรกิจอาหาร เทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐานการผลิต และองค์ความรู้ทางการเงินเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับสากล โดย บสย. จะส่งต่อองค์ความรู้ด้านการเงิน การค้ำประกันสินเชื่อ การทำธุรกิจ ฯลฯ ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันสัดส่วนการค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม นับเป็นอันดับที่ 2 ของพอร์ตค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. คิดเป็น 9.3% (ณ 31 พฤษภาคม 2569) ถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ บสย. สามารถเข้าถึง SMEs ในกลุ่มนี้ได้มากยิ่งขึ้น ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อพร้อมยกระดับศักยภาพกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร สร้างความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารของประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยบนฐานนวัตกรรมและความยั่งยืน

นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แต่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหาการเข้าถึงองค์ความรู้และแหล่งทุนที่เหมาะสม ความร่วมมือกับ บสย. ในครั้งนี้จะช่วยเชื่อมช่องว่างดังกล่าว โดยนำความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรมาเสริมพลังให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมทั้งด้านการพัฒนาธุรกิจ การผลิต มาตรฐานอาหาร และการบริหารจัดการทางการเงิน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ เสริมสภาพคล่องทางการเงิน สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกให้กับ SMEs สามารถเข้ามาตรวจสุขภาพทางการเงิน พร้อมจองคิวขอรับคำปรึกษาทางการเงิน ฟรี! ได้ที่ LINE OA: @tcgfirst หรือสอบถามผ่าน บสย. Call Center โทร. 02-890-9999

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน