นายกฯ อนุทิน รับคะแนนโพลตกต้องเร่งแก้

Date:

วันที่ 6 ก.ค. 2569 ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลคะแนนของตัวนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยลดลงว่า โพลเหมือนกระจกส่องตัวเอง วันนี้ต้องขอบคุณผู้ทำโพลและคนที่แสดงความคิดเห็นเราก็ต้องฟัง เราเคยป๊อปปูลาร์แล้วคะแนนมันน้อยลงแสดงว่าต้องมีปัญหาตรงไหน เราก็ต้องแก้ไขตรง เพราะตนสนใจโพลมาตลอด เพราะตนก็มาจากโพล 2% ตอนนี้โชคดีเหลือ 21% ก็อย่าให้ลงกลับไปที่ 2% ต้องเร่งทำให้กลับไปที่เดิม ซึ่งผลโพลที่ออกมาไม่ได้บอกว่าต้องไปแข่งกับใคร เอาเป็นว่าจาก 26% แล้วลงมา 21% หายไป 5%  ก็ต้องไปแก้ไข 

เมื่อถามว่า 5% ที่หายไปคิดว่าเป็นจุดใด นายอนุทิน กล่าวว่า คงหลายเรื่อง บางทีเราสื่อสารไม่ชัดเจนไม่เต็มที่ คิดว่าประชาชนไม่ถือสาหาความก็อาจไม่ได้เน้นตรงนั้น ส่วนที่ดีดันไม่สื่อสาร วันนี้ก็คอมเพลนไปหลายคน เพราะวันนี้จีดีพีก็โต เงินลงทุนต่างชาติก็เพิ่มมากขึ้น ตลาดหุ้นก็เสถียรขึ้นมาอยู่เหนือ 1,600 จุด เรื่องการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศก็สูงขึ้น การเข้าสู่ OECD หลายประเทศก็ยืนยันสนับสนุนจากแทบทุกประเทศที่ได้พบ ทุกคนต่างเชื่อมั่นประเทศไทยว่ามีอนาคตที่สดใส มีโอกาสที่ดี เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคและในโลกนี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรื่องที่เป็นภาระ เรื่องที่ดึงให้เราถอยหลัง ก็พยายามสลัดมันให้ออก โดยกำจัดสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้และไปเน้นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศให้มากที่สุด

    เมื่อถามว่าจะปรับกลยุทธ์สื่อสารกับประชาชนอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องถือว่ายังสื่อสารไม่ดีก็ต้องยอมรับ ต้องพยายาม ซึ่งวันนี้ตนก็เชิญรัฐมนตรีมาประชุมแทบทุกคน ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืมนายกฯก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯลืมก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาในคณะรัฐมนตรี ก็ต้องมานั่งคุยกัน แต่คณะรัฐมนตรีชุดนี้เพิ่งทำงานมา 2 เดือน การตัดสินใจหรือทำอะไรขึ้นมาเราต้องอธิบายเขาให้ได้ครบ สมมุติตนจะปรับคณะรัฐมนตรี จะให้ใครออกใครเข้า ไม่ใช่ผลัดกันเป็นสมบัติผลัดกันชม ตนต้องอธิบายเขาได้ว่าทำไมถึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป 

เมื่อถามว่าได้เตือนรัฐมนตรีกระทรวงที่โลกลืมไปแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เริ่มเตือนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ก็จะเตือนอีกเพราะวันนี้มีเรื่องของโพลเข้ามา เดี๋ยวก็ต้องมีคนบอกว่าเรื่องโพลก็มักจะออกมาเช่นนี้ แต่ตนสนใจทุกโพลแม้เป็นโพลตามตำบลก็สนใจเพราะถ้าเขาไม่สนใจไม่ติดตามเราเขาก็จะให้คะแนนเราไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ตนต้องไปพูด เพราะการสื่อสารของตนไม่ใช่แค่กับประชาชน แต่ต้องสื่อสารกับทีมของตนว่ามันชักจะไม่ใช่ มันเป็นแบบนี้ตนก็ต้องบอก ขณะที่พรรคร่วมหัวหน้าพรรคร่วมก็ต้องรับผิดชอบในส่วนของเรา อย่างภูมิใจไทยมีรัฐมนตรี 27-28 คน ถ้าคนหนึ่งหมั่นสื่อสารก็ได้ 28 ข่าวแล้ว บางทีทำไมรัฐมนตรีไม่มีข่าวสื่อสารออกไปแต่มาสื่อสารกับตนอย่างเดียว ทุกคนทำงานหมดแต่ไม่สื่อสารออกไปเราก็ต้องให้เขาปรับปรุงตัวตรงนี้

เมื่อถามว่าจะใช้เวลาประเมินคณะรัฐมนตรีชุดนี้เท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่นานหรอกครับ ก็มีหลักปฏิบัติอยู่ทั่วไป เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น อย่างที่ผมเรียน ตั้งใจทำงาน แต่ทำงานแล้วไม่ขยายความ ไม่สื่อสาร ผมยืนยันว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่มีใครอยู่เฉยอย่างแน่นอน แต่ต้องสื่อสารด้วย ต้องเป็นหลวงรอบรู้ ไม่ใช่ว่าทำงานเก่งแต่ไม่พูดไม่จาไม่สื่อสาร ทำคนเดียวอย่างนี้ก็ไม่ได้” 

เมื่อถามว่านายอนุทินรู้สึกเหมือนพูดอยู่คนเดียวในทุกๆเรื่องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ผู้สื่อข่าวก็ไปถามรัฐมนตรีคนอื่นบ้าง มัวถามแต่ผม ผมก็เกรงใจ พวกเราเหมือนพี่น้องกัน บางทีผมเดินหนีผู้สื่อข่าว ขึ้นรถไปผมก็นั่งปาดน้ำตาว่าวันนี้เราไม่ค่อยไนท์กับน้องๆเลย ก็ไม่อยากเป็นอย่างนั้น แต่ก็ต้องดูว่างานอะไรหากเป็นเศรษฐกิจก็ถาม รมว.คลัง รมว.พาณิชย์บ้าง อย่างที่บอกพวกนั้นก็ไม่เคยไปกินลาบกับผู้สื่อข่าว มีแต่ผมไปกิน เดี๋ยวต้องให้เขาสร้างความคุ้นเคย” 

เมื่อถามว่าในส่วนของประธานคณะกรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ก็เหมือนทำงานกันคึกคักขึ้น จะมีโอกาสที่คนเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าพรรคการเมืองยิ่งใหญ่ก็ต้องยิ่งให้สมาชิกได้แสดงฝีมือและผลงาน เมื่อถามว่า ยึดหลักอะไรหากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า ผลงาน ความสามารถ ความทุ่มเท เมื่อถามย้ำว่ามีรัฐมนตรีที่เข้าข่ายต้องถูกเตือนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะให้ตนพูดตรงนี้ได้อย่างไร ตนเตือนก็เข้าของเย็นของตน 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน