นายกฯ อนุทิน ขอรอตำรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

Date:

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 13 ก.ค. 2569 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเหตุการณ์เพลิงไหม้ภายในสถานประกอบการลักษณะร้านอาหารโรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อคืนที่ผ่านมาได้รับรายงานเพิ่มเติมหรือไม่ว่า เมื่อคืนตนได้ลงไปในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานคร และได้เห็นถึงสภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งการกู้ภัยผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุที่รอดชีวิตได้รับการส่งตัวไปรักษาพยาบาลเบื้องต้นประมาณ 34 คนตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งอยู่ในการคุ้มครองของรัฐอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นญาติและผู้บาดเจ็บไม่ต้องมีความกังวล เมื่อคืนที่ตนไปที่เกิดเหตุกับนายชัชชาติญาติของผู้บาดเจ็บมีความกังวลว่าไปถึงโงพยาบาลแล้วจะได้รับการรักษาพยาบาลดูแลอย่างดีหรือไม่ ค่าใช้จ่ายจะเป็นอย่างไร ขอเรียนทุกท่านให้เกิดความมั่นใจว่า การรักษาพยาบาลดูแลในกรณีนี้เป็นไปตามกฎระเบียบที่เรามีอยู่และจะให้การรักษาพยาบาลให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานหรือไม่ว่าภายในร้านมีการปิดประตูหนีไฟ นายอนุทิน กล่าวว่า ในรายละเอียดทางกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจได้เข้าไปสำรวจ และขอให้รอผลเป็นทางการก่อนดีกว่า ซึ่งที่ได้เข้าไปในที่เกิดเหตุก็ได้เห็นจุดอับ และกรณีที่มีไฟลุกโชนขึ้นมา มันไม่เห็นทางหนีไฟก็ต้องไปดูตรงนั้น แต่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ร้านนี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ประเภทร้านอาหาร สามารถมีวงดนตรีสดได้ ซึ่งเล่นดนตรีได้จนถึงเที่ยงคืนตามกฎหมาย ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุก็เป็นเวลา 23.00 น. กว่า 

เมื่อถามว่า ร้านที่เกิดเหตุอยู่นอกโซนนิ่ง การบังคับใช้ในเรื่องโครงสร้างของผู้ประกอบการสถานบันเทิงที่อาจจะไม่ครอบคลุมพื้นที่ นายอนุทิน กล่าวว่า ร้านนี้ไม่ใช่สถานบันเทิงมีใบอนุญาตเป็นร้านอาหาร เพราะถ้าเป็นสถานบันเทิงจะเปิดตรงนี้ไม่ได้ และการประกอบกิจการก็เป็นประเภทขายอาหารไม่ได้เป็นบาร์ เป็นคลับ

เมื่อถามว่า ร้านประเภทแบบนี้ในกรุงเทพฯ มีจำนวนมาก ที่ขอใบอนุญาตเป็นร้านอาหารแต่มีการดัดแปลงเป็นกึ่งผับ จากนี้จะมีการตรวจเข้มสแกนเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในแต่ละท้องที่เราต้องทำตามกฎระเบียบ ร้านนี้ก็ใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร ซึ่งในกฎหมายก็อนุญาตให้มีการแสดงดนตรีแต่เปิดได้ถึงเวลา 24.00 น. ฉะนั้นเราต้องดูหลายประเด็น ในเรื่องของอาคารตนเชื่อว่าทุกปีมีการตรวจสอบ เพราะต่อให้มีการออกใบอนุญาตอาคารก็ต้องไปตรวจสอบการต่อใบอนุญาตร้านอาหาร ตนเชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานคงต้องเร่งสืบสวนว่ามีการตรวจสอบอย่างไรครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มีเกณฑ์การตรวจสอบอย่างไร

เมื่อถามถึง ความรับผิดชอบกรณีที่มีการระบุว่ามีการปิดประตูหนีไฟ เพราะกลัวลูกค้าไม่จ่ายเงิน นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผล เราไปพูดตอนนี้ก่อนจะเป็นการชี้นำ และเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาดำเนินการอยู่ ไม่มีการละเว้นอยู่แล้ว ถ้าตรงไหนมีการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายหรือผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า การเยียวยาได้มีการสั่งการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เราดูแลผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บต้องให้การดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องผู้เสียชีวิตจะมีกองทุนต่างๆ ให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต 

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 30-31 คน นายกฯ กล่าวว่า ที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 27 ราย ซึ่งตนกับนายชัชชาติได้เห็นการชันสูตรพลิกศพ ณ ที่เกิดเหตุ แต่ที่ส่งไปในโรงพยาบาลจะมีหลายประเภท ทั้งเคสแดงที่มีอาการหนักก็เร่งทำการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า กรณีสปริงเกอร์ในร้านอาหารไม่ทำงานขณะที่เกิดเพลิงไหม้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า จากที่ตนลงไปที่เกิดเหตุก็เห็นน้ำท่วมในร้าน ซึ่งเป็นน้ำที่เกิดจากการดับเพลิงด้วย และทุกอย่างก็ดับหมดแล้วโชคดีที่การดับเพลิงไม่ได้ใช้เวลานานจนเกินไป ซึ่งบรรยากาศภายในนั้น ก็ไม่ได้เป็นบรรยากาศที่ดีเลย ทั้งนี้ตนไม่ได้ถามว่าสปริงเกอร์เป็นอย่างไร ทางพิสูจน์หลักฐานก็ต้องตรวจสอบต่อไป ส่วนผลกระทบโครงสร้างเบื้องต้นนั้นตัวโครงสร้างยังอยู่ได้

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ