ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้ไทยไม่ได้ขาดเงินทุน

Date:

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวบรรยายพิเศษในงานเสวนา The INTANIA Forum : SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่ ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภายในงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมรับฟังการบรรยายด้วยความสนใจ

นายวิทัย กล่าวว่า โลกเศรษฐกิจเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยโลกาภิวัตน์ การค้าเสรี และประสิทธิภาพสูงสุดได้เปลี่ยนไปแล้ว โลกปัจจุบันเข้าสู่ภาวะ Multi World ไม่มีขั้วอำนาจใดกำหนดทิศทางได้เบ็ดเสร็จ ภูมิรัฐศาสตร์ลามสู่ภูมิเศรษฐศาสตร์ ภาษีและมาตรการการค้าถูกใช้เป็นเครื่องมือแย่งชิงอำนาจ ขณะที่ Global Shock เกิดถี่ขึ้น ทั้งโควิด สงครามยูเครน สงครามการค้า และตะวันออกกลาง

ดังนี้ เศรษฐกิจไทยจึงต้องไม่เพียงยืดหยุ่น แต่ต้องดูดซับแรงกระแทก ปรับตัว และเดินหน้าต่อได้ หัวใจสำคัญคือการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหา Resource Misallocation หรือการจัดสรรทรัพยากรผิดทาง ซึ่งเป็นตัวฉุดผลิตภาพและจีดีพีศักยภาพของประเทศ

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดเงินทุน เพราะปัจจุบัน ธปท. ดูดซับสภาพคล่องผ่านช่องทางต่าง ๆ วันละประมาณ 5-6 ล้านล้านบาท แต่เงินจำนวนมากกลับไม่ไหลไปสู่หน่วยธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ

นอกจากนี้ข้อมูลในระบบยังสะท้อนความผิดปกติอย่างชัดเจน เงินทุนกว่า 75% ถูกจัดสรรไปยังธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอี ติดลบต่อเนื่อง 15 ไตรมาส แม้แต่เอสเอ็มอี ที่มีประสิทธิภาพสูง 30% แรก ยังเข้าถึงสินเชื่อได้เพียง 21% เทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้าถึงได้ถึง 63%

นายวิทัย กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนการเงินยิ่งซ้ำเติมการแข่งขันเอสเอ็มอี ที่มีประสิทธิภาพต้องจ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ย 7.8% ขณะที่รายใหญ่จ่ายดอกเบี้ยราว 3.9% ทำให้ธุรกิจเล็กที่ควรถูกผลักดันให้โต กลับถูกจำกัดด้วยต้นทุนและการเข้าถึงทุน

ทั้งนี้ ทางออกสำคัญคือการสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อช่วยให้การปล่อยสินเชื่อแม่นยำขึ้น ลดต้นทุนความเสี่ยง หรือ Credit Cost ลดต้นทุนการปล่อยกู้ และลดต้นทุนดำเนินงาน โดยฐานข้อมูลนี้ไม่ใช่เครดิตบูโรแบบเดิม แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลหลายด้าน ทั้งข้อมูลเครดิต Statement การใช้น้ำ ไฟ และข้อมูลทางเลือกอื่น ๆ เพื่อนำมาประเมินศักยภาพผู้กู้ได้รอบด้านขึ้น

นายวิทัย กล่าวว่า เรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามาเป็นเจ้าภาพขับเคลื่อน และใช้กลไกชุด Connect ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นเป็นตัวเดินงาน หากทำสำเร็จจะช่วยให้ประชาชนรายย่อยและเอสเอ็มอี ที่มีวินัยแต่ไม่มีหลักประกันเพียงพอ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นในต้นทุนที่เหมาะสม

“ถ้าเราจัดสรรทรัพยากรไปยังหน่วยธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น ผลิตภาพสูงขึ้น และจีดีพีศักยภาพจะขยับได้” นายวิทัยกล่าว

นายวิทัย กล่าวว่า อีกปัญหาใหญ่คือทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งดึงทรัพยากรออกจากระบบเศรษฐกิจจริง ไทยมีขนาดเศรษฐกิจนอกระบบใหญ่เป็นอันดับ 14 ของโลก โดยประมาณ 9-13% เป็นเศรษฐกิจสีเทา ทำให้รัฐเก็บภาษีไม่ได้ และเงินไม่กลับเข้าสู่ระบบงบประมาณ

ธปท.จึงเริ่มปิดช่องโหว่หลายด้าน ทั้งกำหนดให้การเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาทต่อเดือนต้องแจ้งเหตุผล หลังพบธนบัตรใบละ 1,000 รุ่นเก่าหายจากระบบถึง 140,000 ล้านบาท รวมถึงจับตาธุรกรรมทองคำผ่านแอปที่กระทบค่าเงินบาท

นายวิทัย กล่าวว่า มาตรการกำกับทองคำเริ่มเห็นผล หลังให้ผู้เทรดทองเกิน 50 ล้านบาทต่อแพลตฟอร์มต้องรายงาน และถอนทองคำแท่งเกิน 2 กิโลกรัมต้องแจ้งข้อมูล ทำให้ปริมาณถอนทองน่าสงสัยลดจากเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อเดือน เหลือ 2,500-3,000 ล้านบาท

ส่วนสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง USDT พบธุรกรรมน่าสงสัยถึง 40% เป็นการโอนเงินหนีระบบหรือส่งออกนอกประเทศ มูลค่ากว่า 250,000 ล้านบาทใน 5 เดือน ขณะที่บัญชีม้าและเงินพนันออนไลน์ถูกสั่งปิดแล้วกว่า 2,500 บัญชี

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากร ทั้งการส่งเงินทุนไปถึงเอสเอ็มอี ที่มีประสิทธิภาพ การลดต้นทุนสินเชื่อ และการดึงทุนเทาออกจากระบบ จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ยกระดับจีดีพีศักยภาพ และทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงพอรับแรงกระแทกจากโลกใหม่ได้

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ