สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด มองเศรษฐกิจไทยยังท้าทาย คาดทั้งปี 69 โต 1.6%

Date:

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญความท้าทายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สม่ำเสมอ อุปสงค์ภายในประเทศยังคงซบเซา และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกยังคงกดดันความเชื่อมั่น

จาก Standard Chartered Global Research ล่าสุด ธนาคารได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.6% จากเดิม 1.4% สะท้อนการเติบโตที่ดีกว่าคาดในช่วงต้นปี และแรงสนับสนุนระยะสั้นจากมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าจะยังชะลอตัว โดยการบริโภคภาคเอกชนและภาคท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจ

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมยังมีมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มในไตรมาส 3 ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงทำให้ผู้ประกอบการได้ปรับลดราคาห้องพักเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ ทั้งนี้ จากต้นปีจนถึงปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมอยู่ที่ 69.0%

ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวถึงแนวโน้มดังกล่าวว่า “เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปีด้วยแรงส่งที่ลดลง และมีตัวช่วยไม่มาก มาตรการกระตุ้นทางการคลังระยะสั้นจะช่วยประคองเศรษฐกิจได้ แต่ไม่เพียงพอ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งขึ้น กำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่มั่นคงขึ้น และการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างทันท่วงที จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการฟื้นตัวที่ยังเปราะบางไปสู่การฟื้นตัวที่ยั่งยืนมากขึ้น”

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยจะอยู่ที่เฉลี่ย 1.9% ในปี 2569 และ 1.5% ในปี 2570 ซึ่งยังอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังซบเซา ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลายต่อไป โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 1.00%  จนถึงสิ้นปี 2570

ธนาคารยังคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยจะลดลงมาอยู่ที่ 0.2% ของ GDP ในปี 2569 ก่อนจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.5% ในปี 2570 โดยผลการดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุด แนวโน้มด้านการคลังยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณปีงบประมาณ 2570 อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านขาลงต่อการเติบโตในไตรมาส 4 

ในด้านอัตราแลกเปลี่ยน สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อค่าเงินบาท โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโดยรวมสอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค เนื่องจากประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังซบเซา อัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับต่ำ เงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับกระแสเงินตราต่างประเทศจากภาคท่องเที่ยว ธนาคารคาดการณ์ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 32.50 ณ สิ้นปี 2569, 33.50 ณ สิ้นปี 2570 และ 34.50 ณ สิ้นปี 2571

ดร.ทิม กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้เงินบาทที่อ่อนค่าลงอาจช่วยสนับสนุนการส่งออกและการท่องเที่ยวในระยะสั้นผ่านความสามารถในการแข่งขันด้านราคาที่ดีขึ้น แต่ไม่สามารถทดแทนความจำเป็นในการเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้นได้ สิ่งสำคัญสำหรับประเทศไทยคือการตอบสนองเชิงนโยบายที่ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น สนับสนุนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน และรักษาแรงส่งของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ”

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมองว่าความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมาจากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลก พัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่อาจอ่อนแอกว่าคาด ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และความเป็นไปได้ของความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคของไทย ฐานะการคลังภาครัฐที่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ และมาตรการสนับสนุนเชิงนโยบายที่ดำเนินอยู่ น่าจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงด้านขาลงได้ในระหว่างที่เศรษฐกิจรอการฟื้นตัวที่ยั่งยืนมากขึ้น

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ