นายกฯ อนุทิน เสียใจเหตุกราดยิงในรร.ย่านนนทบุรี 

Date:

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนชื่อดังจังหวัดนนทบุรีว่า จะให้มีการดูแลผู้บาดเจ็บ และได้ส่งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่แล้ว  มันแย่มากเลย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ซึ่งตนเสียใจว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในประเทศเรา อย่างกรณีเรื่องของการพกปืนที่รัฐบาลไม่ให้ต่อ ไม่ยอมให้ครอบครองอาวุธ ก็เพราะมันจะเป็นแบบนี้ 

นายกฯ อนุทิน สั่ง “มท.2” ลงพื้นที่เหตุกราดยิง โรงเรียนย่านนนทบุรี ทันที หลัง “ปลัดมหาดไทย” รายงานความคืบหน้า

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีเหตุกราดยิงภายโรงเรียนย่านนนทบุรีเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด​นนทบุรี กำลังเดินทางไปที่เกิดเหตุ เบื้องต้นได้รับรายงานว่าเป็นนักเรียนใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงครู ทำให้ตอนนี้มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ขอให้รอสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้งก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถเคลียร์พื้นที่ได้ และผู้ก่อเหตุยังอยู่ภายในโรงเรียน เมื่อถามว่า ต้องอพยพบุคคลในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า รอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เข้ารายงานสถานการณ์ต่อนายกรัฐมนตรีทันที และนายกรัฐมนตรี​ได้สั่งการให้นายพลพี​ร์​ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย​ ลงพื้นที่ทันที

นายกฯ อนุทิน แสดงความเสียใจ สั่งเยียวยาสภาพจิตใจเหยื่อ ลั่นผู้ปกครองต้องถูกดําเนินคดี ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดนนทบุรี ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงน้อง ๆ นักเรียนทุกคนที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย แต่ย่อมได้รับผลกระทบทางจิตใจ ตนได้ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงไปในพื้นที่แล้ว โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตํารวจ และฝ่ายแพทย์ก็อยู่ในพื้นที่แล้ว และตนได้กําชับไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เร่งจัดทีมจากกรมสุขภาพจิต ไปเยียวยาดูแลสภาพจิตใจ ทั้งผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต น้องๆนักเรียน ที่ต้องมีสภาพตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ตนให้ไปดูแลอย่างเต็มที่ 

เมื่อถามว่า นายกฯจะลงพื้นที่จุดเกิดเหตุด้วยตัวเองใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ลงก็คงไม่ได้แล้ว ขอไปดูว่ามันเป็นอย่างไร  ณ ขณะนี้ก็คงทราบแล้วว่าสถานการณ์ก็จบอย่างที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเราก็ต้องเร่งแก้ไข เพื่อไม่เกิดเหตุอย่างนี้ได้อีก ตรงนี้เป็นสิ่งที่ตนก็ยืนยันว่าที่ชอบมาบอกว่ามีแรงกดดัน ต่าง ๆ มาว่าให้ปล่อย ให้คลายเรื่องการพกพาอาวุธปืน ซึ่งตนก็ห้ามมาโดยตลอดตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเหตุการณ์นี้ก็คงเป็นคําตอบ และขอความกรุณาอย่ามาพูดกับตนในเรื่องนี้อีก 

เมื่อถามว่า แต่มันมีปัญหาเรื่องของปืนเถื่อน นายกฯตอบว่า ก็ใช่ ตอนนี้เราน่าจะควบคุมเรื่องของปืน การพกพาอาวุธปืนที่มีทะเบียนแล้ว เรื่องของปืนเถื่อนก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการตรวจตรา และบังคับใช้กฎหมายให้รุนแรง ตนจะมีการเสนอให้ออกกฎหมายใหม่ว่าด้วยเรื่องอาวุธปืน ที่ผ่านมาตนสั่งได้แค่ห้ามซื้ออาวุธปืน ห้ามครอบครอง ห้ามพกปืนออกนอกเคหะสถาน แต่ตนยังไม่มีกําลังมากเพียงพอที่จะไปแก้ไขกฎหมายใด ๆ ได้ วันนี้ตนคิดว่าตนน่าจะมีกําลังมากเพียงพอในการแก้กฎหมายเรื่องอาวุธปืน ไม่ให้มาเป็นเครื่องทุ่นแรงสําหรับคนที่ขาดสติสัมปชัญญะ คนที่จะพกพาถือปืนได้ใช้ปืนได้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น 

เมื่อถามว่า มีการเชื่อมโยงว่าผู้ก่อเหตุมีความกดดันจากภายในโรงเรียน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้อย่าเพิ่งไปสรุปตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องขยายผล เกิดสิ่งเหล่านี้มาได้อย่างไร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องไปหาหนทางแก้ไข แต่อย่างไรก็ไม่ถูก เด็กพกอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน โหลดกระสุนเต็ม เขาคงไม่ได้ซื้อเองอยู่แล้ว เพราะซื้อเองไม่ได้ มันต้องเป็นของผู้ปกครองคนใดคนหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ ต้องมีการดําเนินคดีกับผู้ปกครอง ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ส่วนจะจําหรือไม่จําก็เป็นเรื่องของเขา ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่จะต้องคอยดูแลควบคุมไม่ให้เด็กเข้าถึงอาวุธร้าย เหล่านี้ได้ 

เมื่อถามว่ามีความกังวลว่าจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “อย่าถามตรงนี้สิ เราไม่ต้องการให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ แต่ตนได้สั่งการในคําถามนี้ไปแล้ว”

 สั่งเยียวยาเร่งด่วน เหยื่อกราดยิง “ภราดร” ถกกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ทันที

วันที่ 7 สิงหาคม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุนักเรียนชายกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมประชุมพิจารณามอบเงินเยียวยาในส่วนของกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยอ้างอิงจากการเยียวยาช่วยเหลือจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ดังนี้ กรณีผู้เสียชีวิต จำนวน 1,000,000 บาท  กรณีทุพพลภาพ จำนวน 700,000 บาท กรณีบาดเจ็บสาหัส จำนวน 200,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 100,000 บาท

สำหรับการช่วยเหลือในส่วนของกรมกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือแล้ว ซึ่งการดูแลจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“รัฐบาลขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมบูรณาการความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการเร่งให้ความช่วยเหลือในทุก ๆ ด้าน อย่างครอบคลุม ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” นางสาวรัชดา กล่าว

กองทุนเงินช่วยเหลือฯ เยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี “เสียชีวิต 1 ล้าน -ทุพพลภาพ 7แสน”

วันที่ 7 สิงหาคม เวลา 15.00 น. ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 5/2569 โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้เร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด จึงได้ประสานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยได้หยิบยกแนวทางการช่วยเหลือจากเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อกำหนดมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาที่เหมาะสม

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ผลการประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของกองทุน ดังนี้

1.กรณีเสียชีวิต รายละ 1,000,000 บาท

2.กรณีทุพพลภาพ รายละ 700,000 บาท

3.กรณีบาดเจ็บสาหัส รายละ 200,000บาท

4.กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย รายละ 100,000บาท

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยรัฐบาลจะเร่งดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของกองทุนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือและครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ทั้งนี้ ขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว และขอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

นายกฯ อนุทิน รุด รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เผยสาเหตุมือยิงเครียดเรื่องเรียน ถูกย่าเข้มงวด -อาวุธปืนเป็นของ

เมื่อเวลา 15.43 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยเมื่อเดินทางถึงนายกฯรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์จากนายประเสริฐ พร้อมสอบถามผบ.ตร.ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

จากนั้นเวลา 16.25 น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับฟังรายงานในส่วนของระดับเหตุการณ์ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่มันเกิด แต่โชคดีที่ทุกอย่างมันจบสิ้นไปก่อน น้องที่ก่อเหตุก็ยังมีกระสุนอยู่อีก 30 กว่านัด ถ้าเขาไม่จบชีวิตตัวเองก็อาจจะเกิดเหตุที่จะไปทําร้ายคนอื่นเพิ่มขึ้นอีก

นายกฯ กล่าวอีกว่า หลักๆเป็นเรื่องของความเครียดจากการศึกษา และทราบว่าคุณย่าเคยเป็นครู อยากให้เรียนได้ดีๆ ซึ่งค่อนข้างที่จะเข้มงวดกวดขัน จากที่ตํารวจสอบปากคําเพื่อนสนิท รับทราบว่าเขามีความเครียดด้านนี้อยู่ และก็มีบ่นๆอยู่ แต่ก็คงเป็นการเตรียมการมาอย่างดี เพราะวิธีจากการทําแผนมีลําดับขั้นตอน มีเป้าหมายชัดเจน

เมื่อถามว่า สังเกตผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่พบว่าถูกยิงเข้าจุดสําคัญ นายกฯกล่าวว่า เท่าที่รับฟังรายงาน ก็คงตั้งใจที่จะก่อเหตุนี้เพราะเขาเริ่มมาจากที่บ้าน เขาทําร้ายคุณปู่คุณย่าที่เขาพักอาศัยอยู่ด้วย ตั้งแต่ที่บ้านนั่นคือ 2 รายแรกซึ่งเราไม่ได้รับทราบมาก่อน เรามารับทราบหลังจากเกิดเหตุแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจกลับไปค้นที่บ้านจึงพบว่ามีสองร่างเสียชีวิตคือคุณปู่กับคุณย่า เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าอาวุธปืนที่ก่อเหตุมาจากที่ไหน นายกฯ ตอบว่า เป็นปืนของคุณปู่ของเขาที่เป็นปืนจดทะเบียน ซึ่งเห็นว่าในช่วงสงกรานต์ผู้ก่อเหตุได้โพสต์รูปอาวุธปืนลงอินสตาแกรม

เมื่อถามว่า ตอนนี้ตัวเลขของผู้เสียชีวิตมีจํานวนเท่าไหร่ นายกฯ ตอบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย รวมปู่และย่าด้วย ส่วนผู้บาดเจ็บ 30 กว่าคน มีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมาก ๆ ประมาณ 9 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

เมื่อถามว่าพอมีประกาศเรื่องห้ามพกพาอาวุธปืน แต่ยังมีการเกิดเหตุรายวันอยู่ จะดําเนินการเชิงรุกมากกว่านี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตนจะต้องหารือกับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ แต่จริงๆแล้วกฎหมายอันนี้มันชัดเจน ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีหน้าที่ใดๆในทางราชการ ไม่สามารถที่จะพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน หรือเดินพกพาไปไหนในที่สาธารณะ ไปที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น ตนก็คงจะต้องมอบหมายชัดเจนให้ชัดเจนว่าจากนี้ไปถ้าหากมีการตั้งด่านตรวจก็จะต้องตรวจค้นอาวุธปืนนี้ด้วย ถ้าเจอใครพกอาวุธก็จะถูกดําเนินคดีหนัก

เมื่อถามว่า ตามรายงานมีเหตุจูงใจอะไรที่มาจากการเรียนทําให้ไปยิงคุณครู ยิงเพื่อนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดเดี๋ยวให้ตํารวจและพิสูจน์หลักฐาน ทําให้ละเอียดและชี้แจง เพราะการไปพูดอะไรก่อน เดี๋ยวจะทําให้เสียหายต่อรูปคดี
เมื่อถามว่า จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุพบว่ามีการเคยเปิดยูทูปดูคลิปเหตุกราดยิงในอเมริกา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฯ ตอบว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้

เมื่อถามต่อว่า ผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติไปซ้อมยิงปืนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ซ้อมยิงปืนแบบเอาปืนไปยิงตนยังไม่ได้รับรายงาน และด้วยเด็กอายุ 14 ขวบ คงทําแค่นี้ไม่ได้ เขาก็คงมีวิธี ในการไปติดตามจากโซเชียลมีเดีย

เมื่อถามถึงมาตรการดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต นายกฯ กล่าวว่า มาตรการในการดูแลผู้เคราะห์ร้ายเรามีหลักปฏิบัติตามระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรีก็จะมีกองทุนสำนักนายกฯ ขณะกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสวัสดิการก็จะมีกองทุนของเขา ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ ได้แจ้งว่า จะมีกองทุนที่มาดูแลครอบครัว ตนขอให้ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ขอยืนยันว่าจะพยายามทุกวิถีทางให้การดูแลเยียวยาครอบครัวของผู้เคราะห์ร้ายในกรณีเสียชีวิตต้องเยียวยาเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้

เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นมีประเด็นอื่นอย่างเรื่องการบูลลี่ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าน้องเขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ไม่มีความกดดันใดๆจากเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง อย่างที่ตนเรียนว่าในสิ่งเหล่านี้ มีสิ่งที่ตนขอไม่ใช่คําว่าโชคดี มันมีสิ่งที่หยุดไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ ถ้าน้องเขาไม่จบชีวิตตัวเอง แล้วต่อสู้ตํารวจก็จะประสบความสําเร็จยากในการหยุดยั้งเขา ซึ่งเขาเป็นเด็ก เมื่อมีการปะทะขึ้นมาแล้วตํารวจต้องตัดสินใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง มันก็จะเกิดกรณีอื่นขึ้นมา วุ่นวายอีก เพราะฉะนั้นขอให้จบในกรณีที่น้องเขาได้ทําร้ายตัวเองไปเรียบร้อย ผู้ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับเขา คุณปู่คุณย่าก็ถูกทําร้ายตั้งแต่เช้า เพราะฉะนั้นเราจะดําเนินการในเรื่องของคดีให้จบสิ้นโดยเร็ว เพราะตอนนี้คงไม่มีผู้ต้องหาใดๆที่เราต้องไปติดตามจับกุมอีก เราก็เอาบทเรียนนี้มาถอด พยายามอย่างสุดความสามารถในการสร้างบรรยากาศและสร้างมาตรการความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย และในที่สาธารณะให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า น้องผู้ก่อเหตุมีญาติคนอื่นอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทราบข่าวว่าคุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน ซึ่งน้องไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เมื่อถามย้ําว่าน้องไม่มีใครแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ณ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ถึงเหตุจูงใจที่ทำให้เด็กอายุ 14 ปีตัดสินใจก่อเหตุ ว่า มีหลายปัจจัย ซึ่งความเครียดก็เป็นหนึ่งในนั้น
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยมีมาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่จัดการปัญหานี้ได้ นายอนุทิน ตอบว่า การพกพาอาวุธใดๆในที่สาธารณะผิดกฎหมายอยู่แล้วในประเทศไทย แต่ในกรณีนี้ มีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องรอจนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น ซึ่งตนมั่นใจว่าทางสำนักงานตำรวจจะสรุปผลและรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป

นายอนุทิน ยังย้ำว่า ตั้งแต่ตนเป็น รมว.มหาดไทยเคยเสนอแก้ระเบียบการครอบครองปืนและการอนุญาตพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะจนมีการออกประกาศกระทรวง เรื่องการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะและห้ามซื้ออาวุธปืน หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อตนมาเป็นนายกรัฐมนตรีหนึ่งในสิ่งที่จะทำคือการออกกฏหมายฉบับใหม่ควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

นายกฯ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่อาชญากรแต่เกิดจากบุคคลที่มีความเครียด กดดันสะสมมานาน พร้อมยืนยันว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องและถูกเก็บไว้ในบ้าน นี่ทำให้เด็กเข้าถึงได้ แต่ยืนยันว่าเหตุแบบนี้ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นในที่สาธารณะ ย้ำว่าจำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่า สถานศึกษาจะมีมาตรการป้องกันและคัดกรองการนำอาวุธเข้าไปในโรงเรียนที่ต้องเข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน ซึ่งในทางปฏิบัติคงไม่ถึงขั้นนำเครื่องเอ็กซเรย์หรือเครื่องตรวจอาวุธมาใช้ตรวจนักเรียนทุกคนก่อนเข้าโรงเรียนเพราะคงไม่เหมาะสม

นายกฯ ได้ย้ำกับสื่อต่างประเทศด้วยว่า รัฐบาลไม่ยอมให้ประชาชนทั่วไปครอบครองหรือพกอาวุธใดๆในพื้นที่สาธารณะ โดยกรณีที่เยาวชนก่อเหตุ ต้องลงไปดูเรื่องปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพจิตโดยตรง แต่เป็นความเฉียบพลันหรืออารมณ์ชั่ววูบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการถูกกระตุ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกฯจะขึ้นรถเดินทางกลับได้หันไปสั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย และผบ.ตร. ให้ตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศ

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ