โฆษกรัฐบาล แจงคดีทุจริตสอบ อปท. เดินหน้าสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

Date:

วันที่ 8 สิงหาคม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่าไม่ได้จำกัดวงเพียงแค่การถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,925 ราย ยืนยันการดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำการ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ คืนความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ผู้เสียโอกาส เรื่องดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามหลัก ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นใครหากเกี่ยวข้องกับการทุจริต ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้ มีการจัดการ 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1. การถอดถอนชื่อผู้สอบที่เกี่ยวกับการทุจริต กระทรวงมหาดไทยดำเนินการถอดถอนรายชื่อ 5,295 ราย หลังพบว่ามีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งทุกอย่างได้สรุปจบในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 ได้รายงานให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบ เพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก.จังหวัด)  สำหรับตำแหน่งที่ว่างลงหลังการถอดถอน ทางกสถ. จะต้องหารือถึงแนวทางปฏิบัติ ทั้งการประกาศบัญชีใหม่และการเลื่อนบัญชีผู้สอบแข่งขันรายอื่นขึ้นมาทดแทน

นางสาวรัชดา กล่าวว่า 2. การดำเนินคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหา จำนวน 13 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่โดนข้อหา ได้แก่ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ,เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ ,เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ ,ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น ,ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และ ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ ซึ่งมีอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. อยู่ในกลุ่มนี้

นางสาวรัชดา กล่าวต่อไปว่า อีกลุ่มหนึ่ง มี 11 ราย ที่ร่วมกระทำผิดแก้ไขกระดาษคำตอบ ถูกดำเนินคดีในข้อหา อั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ทั้งนี้ เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วน จะสามารถสรุปสำนวนส่งให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนได้ภายในวันที่ 12 สิงหาคมนี้  ทั้งนี้ในส่วนของเส้นเงิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากอาจขัดต่อกฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

นางสาวรัชดา กล่าวว่า 3.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 2568 ได้ดำเนินการสรุปผลการทุจริตการสอบท้องถิ่นแล้วฯ ขั้นตอนต่อไป คือการเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการต่อ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรม  

“การดำเนินการทั้ง 3 ส่วน ไม่เพียงเอาผิดผู้ทุจริต แต่ยังเป็นการคืนความเป็นธรรมแก่ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริต และเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการสอบเข้ารับราชการทุกระดับ ให้คนที่มีความสามารถมีโอกาสเข้ารับราชการอย่างเป็นธรรม รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต” นางสาวรัชดา กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ