รัฐบาล เตรียมเจรจาภาษีสหรัฐฯ ปลาย ส.ค.นี้

Date:

วันที่ 15 สิงหาคม นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาทางเทคนิคด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำข้อมูลด้านการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ไปประกอบการเจรจา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ส่งออกไทยและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ได้มากที่สุด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ในกลุ่มรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการตามมาตรา 301 และมาตรา 232 สินค้าไทยประมาณร้อยละ 72 ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว ขณะที่รายการสินค้าอีกร้อยละ 28 ยังต้องจัดทำข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการเจรจา โดยรัฐบาลจะพยายามผลักดันให้สินค้าในส่วนที่เหลือได้รับอัตราภาษีต่ำที่สุด หรือได้รับข้อยกเว้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตัวเลขร้อยละ 72 และร้อยละ 28 เป็นสัดส่วนของรายการสินค้าในกรอบมาตรการดังกล่าว ไม่ใช่สัดส่วนมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยไปยังสหรัฐฯ

นางสาวลลิดากล่าวว่า หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่จะนำไปประกอบการเจรจาคือบทบาทของภาคเอกชนไทยในเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยปัจจุบันภาคเอกชนไทยมีเงินลงทุนสะสมในสหรัฐฯ เกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีกมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศไม่ได้มีเพียงการซื้อขายสินค้า แต่ครอบคลุมถึงการลงทุน การผลิต และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกัน

ขณะเดียวกัน ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ อย่างน้อยร้อยละ 30 ของยอดเกินดุลการค้าของไทยกับสหรัฐฯ มาจากการส่งออกของบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกข้อมูลสำคัญที่สะท้อนว่าห่วงโซ่อุปทานของไทยและสหรัฐฯ มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การพิจารณาความสัมพันธ์ทางการค้าจึงไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขดุลการค้าเพียงด้านเดียว

“รัฐบาลจะนำข้อเท็จจริงทั้งด้านการค้า การลงทุน การจ้างงาน และห่วงโซ่การผลิตไปประกอบการเจรจา เพื่อชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ การลดอุปสรรคทางภาษีจึงไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเอื้อต่อบริษัท การลงทุน และห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยด้วย” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

นางสาวลลิดาย้ำว่า ข้อมูลการลงทุนเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของภาคเอกชนไทย เป็นข้อมูลที่ใช้สะท้อนผลประโยชน์ร่วมทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ไม่ใช่เงื่อนไขที่นำไปแลกเปลี่ยนกับการได้รับข้อยกเว้นภาษี เช่นเดียวกับแผนลงทุนเพิ่มเติมมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแผนการลงทุนในอนาคตของภาคเอกชน ไม่ใช่เงินลงทุนใหม่ของรัฐบาลหรือเม็ดเงินที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการนำความร่วมมือด้านอื่นมาเชื่อมโยงกับการเจรจาภาษีว่า การเจรจารอบนี้ยึดกรอบผลประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนเป็นหลัก ไม่มีการนำเงื่อนไขด้านความร่วมมือทางทหารมาแลกกับผลประโยชน์ด้านภาษีตามที่มีกระแสข่าว

“รัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อให้สินค้าไทยได้รับเงื่อนไขทางภาษีที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย แต่ต้องย้ำว่าขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมข้อมูลและการเจรจา ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการหารือและการพิจารณาของฝ่ายสหรัฐฯ จึงยังไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่าสินค้าในส่วนที่เหลือทั้งหมดจะได้รับการยกเว้น รัฐบาลจะยึดผลประโยชน์ของประเทศและผู้ประกอบการไทยเป็นสำคัญในการเจรจา” นางสาวลลิดา กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ