รัฐบาล เปิดรับฟังความเห็นกติกาใหม่คุมแอปเรียกรถ–ส่งอาหาร

Date:

วันที่ 21 สิงหาคม นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมว่า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อเอกสารหลักการ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสารและบริการจัดส่งออนดีมานด์” เพื่อพัฒนากติกาให้ครอบคลุมบริการเรียกรถโดยสาร รับส่งสิ่งของ และรับส่งอาหาร ซึ่งมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ให้กับผู้ขับและร้านค้าจำนวนมาก

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาการพูดถึงความเป็นธรรมบนแพลตฟอร์มมักให้ความสนใจกับค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งการขาย หรือ GP แต่เอกสารหลักการฉบับนี้ขยายการพิจารณาไปถึง “ระบบหลังบ้าน” เงื่อนไขทางการค้า และกลไกการทำงานของแพลตฟอร์มที่อาจส่งผลต่อรายได้หรือการตัดสินใจของผู้ใช้ โดยข้อมูลของสำนักงาน กขค. ระบุว่า ตลาดบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมีผู้ขับมากกว่า 400,000 ราย จึงเป็นตลาดที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพและผู้บริโภคในวงกว้าง

ประเด็นที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ได้แก่ ระบบพ่วงงาน (Batching) เช่น กรณีให้ผู้ขับรับงานจาก 2 ร้านและจัดส่ง 2 สถานที่พร้อมกัน แต่มีการปรับลดค่ารอบลง ปัญหาความคลาดเคลื่อนของ GPS ซึ่งอาจทำให้ระยะทางที่ใช้คำนวณค่าตอบแทนไม่ตรงกับระยะทางที่ผู้ขับเดินทางจริง ตลอดจนการออกแบบหน้าจอหรือขั้นตอนการใช้งานที่อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด หรือ Deceptive Patterns/Dark Patterns รวมถึงหลักเกณฑ์การจัดลำดับงานให้ผู้ขับและการจัดลำดับหรือแสดงบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อน หรือ Self-preferencing ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาความโปร่งใสและความเป็นธรรม

“เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คำถามว่าแพลตฟอร์มเก็บ GP เท่าไร แต่รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังหน้าจอด้วย เช่น รับงานสองงานแต่ค่ารอบลดลง ระยะทางจริงกับระยะทางที่ระบบคำนวณไม่ตรงกัน หรือการออกแบบขั้นตอนที่ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจโดยอาจไม่เข้าใจข้อมูลทั้งหมด สิ่งเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อรายได้ของคนทำงาน ต้นทุนของร้านค้า และการตัดสินใจของผู้บริโภค จึงควรนำมาพิจารณาในการออกแบบกติกาด้วย” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลของสำนักงาน กขค. ระบุว่า ตลาดบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 49,000 ล้านบาทภายในปี 2572 ขณะที่ตลาดมีลักษณะกระจุกตัวสูง การวางกติกาที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกฝ่ายสามารถแข่งขันและเติบโตได้

“รัฐบาลขอย้ำว่า นี่ไม่ใช่การห้ามทำธุรกิจ ไม่ใช่การห้ามแพลตฟอร์มจัดโปรโมชัน และข้อกำหนดดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่เป็นช่วงของการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้คนที่อยู่ในระบบจริง ทั้งผู้ขับ ร้านค้า ผู้บริโภค และผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม ได้มีส่วนร่วมออกแบบกติกาที่เหมาะสม เป้าหมายคือทำให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มเติบโตต่อไปได้ โดยการแข่งขันต้องเป็นธรรมและไม่มีฝ่ายใดถูกเอาเปรียบ” นางสาวลลิดากล่าว

ทั้งนี้ สำนักงาน กขค. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อเอกสารหลักการดังกล่าวถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ก่อนนำข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนไปประกอบการพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 ผู้ขับ ร้านค้า ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กขค. 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน