รัฐบาล ติดตามมวลน้ำไหลลงภาคกลาง มั่นใจบริหารจัดการได้

Date:

​วันที่ 24 สิงหาคม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า  รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มไหลลงสู่ภาคกลางมากขึ้น  พร้อมบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาทั้งระบบ ตั้งแต่การติดตามน้ำเหนือ การควบคุมและระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไปจนถึงการเตรียมพร้อมของจังหวัดปลายน้ำ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 จากที่ได้มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นประธานการประชุม และมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาฯ เข้าร่วมด้วย เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาทั้งระบบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้มาก

ที่ประชุมรับทราบว่า สถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดอยู่ในเดือน ก.ย.2569 คาดว่าการระบายน้ำจะไม่เกินประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เทียบกับปีที่ผ่านมาที่สูงสุดประมาณ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอาจมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง แต่เบื้องต้นประเมินว่าจะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา

​นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า มากไปกว่านั้น ยังได้มีการจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัย หรือ Risk Map โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำ และกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปเป็นการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าว่าจุดใดมีความเสี่ยง และต้องเตรียมการอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ได้อย่างแม่นยำ 

ขณะเดียวกัน นอกจากเตรียมรับมือน้ำท่วมแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการรับมือภัยแล้งควบคู่กัน เนื่องจากปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่ภาคกลางลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และภาพรวมทั้งประเทศลดลงประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องวางแผนบริหารจัดการเก็บกักน้ำไว้ให้เพียงพอสำหรับการใช้งานในปีถัดไป

“​จากข้อมูลและการประเมินสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ภาคกลางยังคงบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ประมาท และได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล บุคลากร เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุไว้ล่วงหน้าอย่างครบถ้วนเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน” นางสาวรัชดา กล่าว

รัฐบาลเผยลุ่มเจ้าพระยายังมีพื้นที่รองรับน้ำ 4 อ่างหลักรับน้ำได้อีก 9,999 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำที่นครสวรรค์ยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร

วันที่ 24 สิงหาคม นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2569 พบว่า ภาพรวมลุ่มเจ้าพระยายังมีพื้นที่รองรับน้ำ โดยระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร แม้ปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นเป็น 798 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 648 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกข้อมูลสำคัญสำหรับประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาคือ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 14,783 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณร้อยละ 60 ของความจุ และยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้รวม 9,999 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับพื้นที่ภาคกลาง รัฐบาลติดตามสถานการณ์ใน 8 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 จังหวัดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูฝน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและแจ้งข้อมูลแก่ประชาชนได้ทันกับสถานการณ์

นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ตอนล่างของลุ่มเจ้าพระยา ที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 268 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจาก 166 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า ขณะเดียวกันมีการรับน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก 186 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทุ่งฝั่งตะวันตก 211 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในระบบลุ่มเจ้าพระยา

“ตัวเลขปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในบางจุดต้องดูประกอบกับระดับน้ำและพื้นที่ที่ยังสามารถรองรับน้ำได้ด้วย ข้อมูลล่าสุดที่นครสวรรค์ ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งยังรองรับน้ำได้อีก 9,999 ล้านลูกบาศก์เมตร รัฐบาลจึงติดตามทั้งฝน น้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ำในแม่น้ำ และพื้นที่รองรับน้ำควบคู่กัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ทันหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง” นางสาวลลิดา กล่าว

สำหรับสภาพอากาศในช่วงนี้ ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางพื้นที่จากอิทธิพลของร่องมรสุม ส่วนพายุโซนร้อน “นารา” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางซี ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 24–25 สิงหาคม 2569 โดยไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง และไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อลักษณะอากาศของไทยในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามพยากรณ์อากาศ โดยเฉพาะในวันที่มีฝนตกหนักหรือมีฝนสะสมในพื้นที่

ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาได้มีการติดตามร่วมกันในการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ร่วมกับหน่วยงานและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการเตรียมพร้อมล่วงหน้าและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

“สำหรับประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ขอให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานทางการเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่เคยมีน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันรัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูฝน” นางสาวลลิดา กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน