รัฐบาล เชื่อมระบบรถไฟฟ้า บริการสุขภาพคัดกรองมะเร็ง เป้า 60,000 รายต่อปี

Date:

วันที่ 26 สิงหาคม นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพเชิงป้องกันให้เข้าถึงประชาชนได้สะดวกและใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับกรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เตรียมพัฒนา “NCI Wellness & Cancer Prevention Center @MRT” บริเวณสถานี รฟม. ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม บนถนนพระราม 9 ให้เป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ประเมินความเสี่ยง และคัดกรองโรคมะเร็งเชิงรุก ตั้งเป้ารองรับประชาชนประมาณ 60,000 รายต่อปี

โครงการดังกล่าวได้ลงนามสัญญาอนุญาตให้เช่าพื้นที่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยนำอาคารอเนกประสงค์ขนาด 1,357.78 ตารางเมตร และพื้นที่โดยรอบอีก 682 ตารางเมตร รวมพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร มาพัฒนาเป็นศูนย์บริการสุขภาพ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ ยังไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดสำคัญของโครงการคือแนวคิด “Health Station” หรือการนำบริการสุขภาพเชิงป้องกันมาอยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน จากเดิมที่ประชาชนต้องเดินทางไปยังสถานพยาบาลเพื่อเข้ารับการประเมินหรือคัดกรอง โดยเฉพาะประชาชนวัยทำงานและคนเมืองที่อาจมีข้อจำกัดด้านเวลาและการเดินทาง แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการประเมินความเสี่ยงและค้นหาความผิดปกติได้เร็วขึ้น

“เป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มสถานที่ให้บริการทางการแพทย์ แต่เป็นการนำบริการป้องกันโรคเข้าไปใกล้กับเส้นทางชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่การประเมินความเสี่ยงและการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีความสำคัญ โครงการนี้จึงเป็นอีกแนวทางในการเชื่อมระบบคมนาคมสาธารณะเข้ากับระบบสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

สำหรับบริการที่วางแผนไว้ จะครอบคลุมการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) การตรวจคัดกรองตามระดับความเสี่ยง การให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคและวัคซีน ตลอดจนบริการผู้ป่วยนอกและระบบส่งต่อกรณีพบความเสี่ยงที่จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม โดยมีแผนนำเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิทัลที่มี AI สนับสนุน เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan อัลตราซาวนด์ และห้องปฏิบัติการ มาใช้สนับสนุนการให้บริการ ทั้งนี้ รายละเอียดบริการและรายการตรวจจริงจะต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวยังเป็นการนำทรัพย์สินของรัฐมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น โดยต่อยอดจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่เห็นชอบในหลักการให้ รฟม. สามารถนำอสังหาริมทรัพย์จำนวน 56 แห่งไปให้เช่าหรือให้สิทธิได้ ทำให้พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับระบบรถไฟฟ้าสามารถนำมาพัฒนากิจกรรมที่สร้างทั้งประโยชน์สาธารณะและมูลค่าเพิ่มแก่ทรัพย์สินของรัฐ

“จากพื้นที่ที่เดิมทำหน้าที่สนับสนุนระบบการเดินทาง วันนี้สามารถต่อยอดเป็นพื้นที่บริการประชาชนได้มากขึ้น หากต้นแบบ Health Station สามารถทำให้คนวัยทำงานหรือประชาชนที่มีข้อจำกัดด้านเวลาเข้าถึงการคัดกรองได้ง่ายขึ้น ก็จะเป็นอีกก้าวของการปรับบริการภาครัฐให้เข้าไปอยู่ใกล้ประชาชนมากกว่าเดิม” นางสาวลลิดา กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้

รัฐบาล ดีเดย์ ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ 1 ตุลาคมนี้ ดูแล 30 ล้านหลังคาเรือน จ่ายเสียหายทันที 1 หมื่นบาท เสียชีวิตจ่าย 2 ล้าน