นายกฯ ลงนาม การเนรเทศฉบับใหม่

Date:

นายกฯ อนุทิน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569” ซึ่งลงนามประกาศโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 

โดยระเบียบดังกล่าวถูกประกาศใช้เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเนรเทศเป็นไปโดยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

การออกระเบียบฉบับนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความปลอดภัยในสังคม เนื่องจากพบว่ามีคนต่างด้าวทั้งที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมาย มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน โดยระเบียบได้ให้อำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ในการรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อออกคำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อย รวมถึงผู้ที่ใช้หรือสนับสนุนพฤติกรรมดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร

สำหรับคนต่างด้าวที่กระทำความผิดจนได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเนรเทศได้ทันที 

โดยความผิดที่เข้าข่ายตามระเบียบนี้

เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายคนเข้าเมือง ,ทำงานโดยมิชอบด้วยกฎหมายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว,ประกอบธุรกิจโดยมิชอบด้วยกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ,ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ,กระทำความผิดกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในความผิดตามข้อ 1-5

กระบวนการประสานงานราชทัณฑ์ให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งข้อมูลรายชื่อ สัญชาติ และสำนวนคดีของต่างด้าวกลุ่มดังกล่าว ส่งต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย “ก่อนปล่อยตัวจากเรือนจำไม่น้อยกว่า ๑

15วัน” เพื่อให้พิจารณาออกคำสั่งเนรเทศโดยไม่ชักช้า ซึ่งคำสั่งนี้สามารถกำหนดเวลา “ห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร”พ่วงไปด้วยได้ ส่วนกรณีที่ศาลสั่งรอการลงโทษหรือสั่งปรับ ให้สำนักงานศาลยุติธรรมแจ้งข้อมูลต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยโดยด่วนเพื่อดำเนินการทันที

หลักสิทธิมนุษยชนและการส่งกลับ การออกคำสั่งเนรเทศต้องคำนึงถึงกฎหมาย มติ ครม. และพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเจ้าพนักงานจะส่งตัวกลับไปยังประเทศสัญชาติเดิม หรือหากไม่มีสัญชาติแน่นอน จะส่งกลับไปยังประเทศที่ผู้นั้นแจ้งว่าอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าไทย

ข้อยกเว้นกรณีอันตรายและการลี้ภัยไปยังประเทศที่สาม: หากมีประเทศอื่นหรือองค์การระหว่างประเทศร้องขอผ่านวิธีทางการทูตภายใน 7วัน นับจากวันสั่งเนรเทศ เพื่อขอรับตัวต่างด้าวผู้นั้นไปยังประเทศของตนหรือประเทศที่สาม โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย (เสี่ยงต่อการถูกทรมาน ถูกกระทำโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรี หรืออุ้มหาย) และประเทศผู้ร้องขอยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยที่ผู้ถูกเนรเทศยินยอมเป็นหนังสือ ก็สามารถส่งตัวไปได้

กรอบเวลาดำเนินการ: การเนรเทศตามคำร้องขอของต่างประเทศต้องเสร็จสิ้นใน 30วัน โดยรัฐมนตรีขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 2ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30วัน หากเกินกำหนดแล้วยังส่งไปประเทศที่ร้องขอไม่ได้ ให้เจ้าพนักงานส่งกลับประเทศต้นทาง/สัญชาติเดิมตามขั้นตอนปกติทันที

นอกจากนี้ ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเนรเทศ กำหนดให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และหากเกิดปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ และให้ยึดตามคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นเด็ดขาด

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ