‘ปกรณ์’ ดัน Digital Government ลดช่องทุจริต

Date:

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.ย. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ถึงการปฏิรูประบบราชการว่า ไม่ขอใช้คำว่า “ปฏิรูประบบราชการ” เพราะเป็นภาพจำของความล้มเหลว มีการตั้งคณะกรรมการ ตั้งคณะทำงาน แต่ไม่ลงมือทำ โดยใช้คำว่า “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” แทน และปีนี้มีความท่าทายต่างๆของโลก ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การค้าของโลกก็ผิดปกติ สภาพอากาศก็เปลี่ยน ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหากไม่พัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการก็จะไม่มีงบประมาณพอไปพัฒนาประเทศในด้านอื่น โดยมี 3-4 ส่วน คือลดอัตรากำลัง คือรีดไขมันออก โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย รีโพรเซสงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เท่าเดิม โดยใช้เทคโนโยลีเข้ามาทดแทนสิ่งที่หายไป ทำให้ลดงบประมาณประจำแล้วไปเพิ่มงบลงทุน จากปัจจุบัน 20% เป็น 30% ได้ ถือเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการให้ดีขึ้นด้วย 

นายปกรณ์ กล่าวว่า หากเข้าใจว่าโลกปัจจุบันเป็นโลกแห่งเทคโนโลยีเราสามารถปรับมาใช้ได้ ยกตัวอย่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนหน้านี้เคยมีขั้นตอนต่างๆก่อนถึงโต๊ะทำงานตนคือ 170 กระบวนงาน พอนำเทคโนโลยีมาใช้สามารถลดกระบวนงานเหลือไม่ถึง 40-70 กระบวนงาน ต้องทำให้สั้นที่สุดให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และหัวใจสำคัญอีกเรื่องคือ Digital Government และ Open Government ต้องเปลี่ยนข้อมูลราชการจากกระดาษหรือไฟล์สแกนธรรมดา ให้เป็นข้อมูลที่เครื่องอ่านได้ แล้ว AI ไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลของภาครัฐที่เราเชื่อมฐานข้อมูลภาครัฐไว้ ทั้งนี้ การใช้ AI ในภาครัฐต้องเริ่มจากฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อมโยงกัน และอ้างอิงต้นทางได้ รัฐบาลจึงต้องทำให้ทุกหน่วยงานเป็นเจ้าของข้อมูลของตนเอง แต่เชื่อมฐานข้อมูลเข้าหากัน เพื่อให้บริการประชาชนเร็วขึ้นและลดช่องทุจริต ที่สำคัญประชาชนไม่ควรถูกบังคับให้ถ่ายสำเนาเอกสารที่ราชการออกให้ แล้วนำกลับไปยื่นราชการอีก เพราะประชาชนมองรัฐเป็นหน่วยเดียว ไม่ได้สนใจว่าอยู่กรมใด กระทรวงใด หน้าที่รัฐคือต้องเชื่อมข้อมูลกันเอง

นายปกณ์ กล่าวว่าสำหรับการอนุมัติอนุญาต รัฐบาลจะเดินหน้าระบบ Super License เช่น ธุรกิจโรงแรมที่เดิมต้องมีใบอนุญาตย่อยอย่างน้อย 18 ใบ ต่อไปควรมีใบอนุญาตหลักใบเดียว ลดภาระประชาชนและเอกชน รวมถึงจะมีระบบ Fast Track สำหรับบริการปกติ ให้ประชาชนและธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วเลือกใช้บริการตามคู่มืออย่างโปร่งใส โดยไม่ต้องทุจริตด้วย ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะทบทวนกฎหมายรองเช่นกฎกระทรวงประมาณ 7,600 ฉบับ โดยให้ภาคเอกชน ซึ่งเป็นผู้เจอปัญหาจริงสะท้อนว่าติดขัดมายังรัฐบาล ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและเสนอ ครม.แก้ไขตรงจุด เป้าหมายคือเวลาการให้บริการประชาชนต้องลดลงอย่างน้อย 20-30% 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ