SCBAM รักษาความแข็งแกร่ง AUM มากกว่า 2 ล้านล้านบาท

Date:

SCBAM รักษาระดับสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) มากกว่า 2 ล้านล้านบาทได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและความไว้วางใจจากผู้ลงทุน ครอบคลุมกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมเปิดมุมมองการลงทุนปี 2570 ท่ามกลาง 3 ปัจจัยโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่ยุค Agentic AI ดอกเบี้ยระยะยาวยาวยืนสูง และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ โดยให้น้ำหนักหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI สินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้ และหุ้นคุณภาพ ขณะเดียวกันเดินหน้ากลยุทธ์ที่ยึดผู้ลงทุนเป็นศูนย์กลาง ขยายโซลูชันการลงทุนและการวางแผนเกษียณ ผ่านความร่วมมือในกลุ่ม SCBX และช่องทางดิจิทัล

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) กล่าวว่า บริษัทสามารถรักษาระดับสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 2 ล้านล้านบาทได้อย่างต่อเนื่องในปี 2569 (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2569) ความสามารถในการรักษาฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่นี้สะท้อนความไว้วางใจของผู้ลงทุน ตลอดจนความแข็งแกร่งของธุรกิจที่ครอบคลุมกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

“ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงขนาดของ AUM แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระยะยาวที่บริษัทมีกับผู้ลงทุน คุณภาพของกระบวนการลงทุน และมาตรฐานการให้บริการที่ได้รับความเชื่อมั่น SCBAM จึงมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของสินทรัพย์ ผลลัพธ์การลงทุนที่เหมาะสมตามความเสี่ยง การรักษาความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน และประสิทธิภาพการดำเนินงาน” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

บริษัทเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านข้อมูลและการลงทุน โดยนำ AI และ Machine Learning มาเสริมการประมวลผลข้อมูล การค้นหาสัญญาณการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และการจัดพอร์ต ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลและมาตรฐานการลงทุนที่เข้มงวด โดยการตัดสินใจลงทุนยังคงอยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์และดุลยพินิจของผู้เชี่ยวชาญ

พร้อมกันนี้ SCBAM จะต่อยอด Ecosystem ของกลุ่ม SCBX เพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน ข้อมูล เทคโนโลยี และช่องทางบริการ ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงโซลูชันการลงทุนและการวางแผนเกษียณได้สะดวก ครอบคลุม และเหมาะกับเป้าหมายมากขึ้น สะท้อนความมุ่งมั่นสู่การเป็น ‘The Best Fund House’ อย่างมั่นคงและยั่งยืน

มุมมองลงทุนปี 2570: จับตา 3 แรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการลงทุน กล่าวว่า ตลาดการเงินโลก ยังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านระเบียบโลก (Changing World Order) โดยในปี 2570 คาดว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้าง ได้แก่                                1) The AI Imperative การเร่งนำ AI ไปใช้จริงและสร้างมูลค่า 2) Elevated Long-Term Rates อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว  ยืนสูงจากการแข่งขันแย่งเงินทุน และ 3) The Age of Turbulence ความผันผวนและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อที่กลายเป็นภาวะปกติ ปัจจัยเหล่านี้จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ผลประกอบการ และการจัดสรรเงินลงทุนในระยะต่อไป 

SCBAM มองว่า AI กำลังเข้าสู่ยุค Agentic AI ซึ่งขยายการใช้งานสู่ภาคธุรกิจ โอกาสการลงทุนจึงครอบคลุมห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่ เซมิคอนดักเตอร์ ผู้ให้บริการคลาวด์ ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนควรเน้นคัดเลือกบริษัทที่สามารถแปลงเงินลงทุนเป็นรายได้และกำไรได้จริง 

สำหรับการจัดสรรสินทรัพย์ บริษัทยังคงให้น้ำหนักหุ้นเป็นสินทรัพย์หลัก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ และประเทศในเอเชียที่ได้ประโยชน์จาก AI ขณะที่ตราสารหนี้มีความน่าสนใจจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552 เหมาะสำหรับการสร้างกระแสรายได้ ขณะที่ทองคำได้แรงหนุนจาก De-dollarization และการสะสมของธนาคารกลาง โดยมีกองทุน Absolute Return และ Income Fund ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ต

ด้านตลาดหุ้นไทย SCBAM คาดว่าปี 2570 จะเป็นช่วง Selective Recovery ที่การฟื้นตัวขับเคลื่อนด้วยกำไรของบริษัท      จดทะเบียน วัฏจักรการลงทุนใหม่ และการดำเนินนโยบายภาครัฐ มากกว่าการปรับเพิ่มของระดับมูลค่าหุ้น จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นรายตัวในธุรกิจที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง กำไรเติบโต และให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ

หลักการคัดเลือกสำคัญคือ Quality + Growth + Yield โดยมองหาโอกาสในห่วงโซ่อุปทาน AI วัฏจักรการลงทุนใหม่ ธุรกิจที่ใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และหุ้นที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างยั่งยืน

“ในโลกการลงทุนที่ความผันผวนกลายเป็นภาวะปกติ การสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมตามความเสี่ยงต้องอาศัยทั้งการคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และการบริหารพอร์ตอย่างมีวินัย เทคโนโลยีและ AI จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ แต่หลักฐานเชิงข้อมูลและดุลยพินิจของผู้เชี่ยวชาญยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจลงทุน” นางนันท์มนัสกล่าว

แนวทางธุรกิจปี 2570: เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยโซลูชันที่ยึดผู้ลงทุนเป็นศูนย์กลาง

นางสาวพิณแก้ว ทรายแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการตลาดและช่องทางการขาย กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจปี 2570 จะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ลงทุน โดยเริ่มจากความเข้าใจเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละกลุ่ม แล้วพัฒนาโซลูชันการลงทุนและการวางแผนเกษียณให้เหมาะสม เข้าถึงง่าย และได้รับบริการอย่างต่อเนื่อง

บริษัทจะให้ความสำคัญกับ 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบรวมกลุ่มสำหรับนายจ้าง การพัฒนาพอร์ตเฉพาะสำหรับหน่วยงานภาครัฐและผู้ลงทุนสถาบัน การเสริมความร่วมมือผ่านช่องทางธนาคารและดิจิทัลเพื่อขยายการเข้าถึงและส่งเสริมการลงทุนสม่ำเสมอ ตลอดจนการเพิ่มทางเลือกกองทุนต่างประเทศและกองทุนดัชนี เพื่อรองรับความต้องการกระจายความเสี่ยงและการเติบโตระยะยาว

ในส่วนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ SCBAM มีแผนยกระดับประสบการณ์ผ่านบริการดิจิทัลแบบบริการตนเอง เพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับนโยบายลงทุน และพัฒนาเครื่องมือด้านข้อมูล ภาษี และการวางแผนเกษียณ เพื่อช่วยให้สมาชิกตัดสินใจได้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันจะใช้ข้อมูลและระบบอัตโนมัติเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยยึดมั่นด้านความปลอดภัย ธรรมาภิบาล และความเหมาะสมสำหรับผู้ลงทุน

“ความได้เปรียบของ SCBAM คือการผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนและการวางแผนเกษียณเข้ากับความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน ช่องทางบริการ และศักยภาพดิจิทัลของกลุ่ม SCBX เราจะนำจุดแข็งดังกล่าวมาขยายโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงโซลูชันที่เหมาะสม พร้อมยกระดับคุณภาพบริการและสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว” นางสาวพิณแก้วกล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ออมสิน หนุน SMEs ไทยเข้าถึงแหล่งทุน เสริมศักยภาพธุรกิจ

ออมสิน จับมือ ส.อ.ท. และพันธมิตรทางการเงิน หนุน SMEs ไทยเข้าถึงแหล่งทุน เสริมศักยภาพธุรกิจ

นายกฯ อนุทิน ชี้รื้อสูตรน้ำมัน ช่วยลดภาระคนไทย

นายกฯ อนุทิน ชี้รื้อสูตรน้ำมัน ช่วยลดภาระคนไทย ปัดตอบส่วนต่างต้นทุนทิพย์ 22 ปี ใครได้ประโยชน์ โยนถามม รมว.พลังงาน

ไทย ดันดาวเทียม–AI รับมือภัยพิบัติ ยกระดับชีวิตประชาชน

ไทยสร้างหมุดหมายใหม่บนเวทีโลก ESCAP รับรอง “ปฏิญญากรุงเทพฯ” ดันดาวเทียม–AI รับมือภัยพิบัติ ยกระดับชีวิตประชาชน

‘ศุภจี’ ผนึกสภาอุตฯ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าในประเทศ

‘ศุภจี’ ผนึกสภาอุตฯ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ปรับสมดุลการค้าไทย เพิ่มมูลค่าในประเทศ กระจายโอกาสสู่ SMEs