บางจากฯ แถลงการเข้าซื้อหุ้นใน Chevron Hong Kong 

Date:

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทบางจากรายงานผลการดำเนินงานปี 2568 โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 507,570 ล้านบาท EBITDA 35,753 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท (กำไรหลัก 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67 % จากปีก่อน) พร้อมรับรู้ Synergy รวม 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานของธุรกิจในกลุ่ม และการบริหารการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โรงกลั่นบางจากพระโขนงและศรีราชาทำสถิติอัตราการกลั่นสูงสุดเฉลี่ย 279,700 บาร์เรล/วัน แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบต่ำและผลขาดทุนสินค้าคงคลัง รวมถึงเสริมความมั่นคงทางการเงินและโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยยังคงเน้น ESG อย่างต่อเนื่อง และพร้อมขยายธุรกิจพลังงานใหม่ควบคู่กับฐานเดิมเพื่อรองรับการเติบโตในปี 2569 ต่อไป

ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568

– ปี 2568 กลุ่มบริษัทบางจากมีรายได้จากการขายและบริการรวม 507,570 ล้านบาท

– Accounting EBITDA อยู่ที่ 35,753 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ (PAT) 2,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน

– กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 10,240 ล้านบาท 

– โครงสร้าง EBITDA แบ่งตามกลุ่มธุรกิจ

– กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 43%

– กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน 24%

– กลุ่มธุรกิจการตลาด 16%

– กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด 14%

– กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 3%

ความสำเร็จสำคัญในปี 2568

1 รับรู้ผลประโยชน์จาก Synergy มูลค่า 7.3 พันล้านบาท

รับรู้ Synergy ต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิด “Together to Greater”

2 BSRC เพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ และบางจากถือหุ้น 99.7%

รวมโครงสร้างและการดำเนินงานของ BSRC เข้ากับกลุ่มบริษัทบางจากแล้วเสร็จ

3 รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบ VLCC ลำแรกที่โรงกลั่นศรีราชา

รับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ได้เป็นครั้งแรก ผ่านระบบทุ่นรับน้ำมันกลางทะเล

4 สถิติการกลั่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ปริมาณการกลั่นรวมของโรงกลั่นทั้ง 2 แห่งเกือบ 280,000 บาร์เรลต่อวัน ในไตรมาส 4/2568

5 โรงกลั่น 2 แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรอง ISO 55001

ก้าวสำคัญในด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างยั่งยืน

การขยายธุรกิจในปี 2569 ผ่านโครงสร้างธุรกิจใหม่

กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน  

– EBITDA เติบโต 25% จาก 800 ล้านบาทในปี 2568 เป็นมากกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2569

กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 

– ปริมาณการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นราว 50% จากประมาณ 32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในปี 2568 เป็นประมาณ 50,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในปี 2569

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ

– ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้นในปี 2569 (ประมาณการ): จาก 264,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2568 เป็นประมาณ 275,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2569

– ค่าการกลั่นพื้นฐาน (GRM) อยู่ในระดับแข็งแกร่ง: ปี 2568 อยู่ที่ 6.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปี 2569 คาดว่าอยู่ในช่วง 6–6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

– EBITDA จากการเข้าซื้อ Chevron Hong Kong ที่จะเริ่มสร้างให้กลุ่มบริษัทบางจาก: ประมาณ 750–1,000 ล้านบาทในปี 2569

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน

– ธุรกิจ Power & Infrastructure คาด EBITDA ปี 2569 เติบโตประมาณ 10% จากการปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มมูลค่า
ขยายการเติบโตจากโครงสร้างพื้นฐาน (พลังงาน สาธารูปโภค ดิจิทัล) และการหมุนเวียนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนและรองรับการลงทุนใหม่

– โรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง หนุนรายได้เฉลี่ยต่อกำลังการผลิตเพิ่มต่อเนื่อง

– โครงการลม “Monsoon” เดินเครื่องเต็มปี กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ โดย BCPG ถือหุ้น 48% และมี EVN เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า

การสร้างมูลค่าผ่านการลงทุนและการถอนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Disciplined Portfolio Optimization)ดำเนินกลยุทธ์ปรับพอร์ตการลงทุนอย่างมีวินัยและต่อเนื่อง

– ถอนการลงทุนเหมืองลิเทียมในอาร์เจนตินา (ธ.ค. 2563)

– ถอนการลงทุนโครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย (มี.ค. 2565)

– เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ (CCGT) ในสหรัฐอเมริกา (ก.พ. 2566)

– เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบางจากศรีราชา (เดิม เอสโซ่ ประเทศไทย) (ก.ย. 2566)

– ถอนการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น (มิ.ย. 2567)

– เตรียมเข้าซื้อหุ้น 100% บริษัท Chevron Hong Kong (ก.พ. 2569) เพื่อยกระดับสู่ผู้ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดระดับภูมิภาคและสากล

การเข้าซื้อหุ้นใน Chevron Hong Kong (CHK)

กลุ่มบริษัทบางจากประกาศเข้าซื้อหุ้น Chevron Hong Kong Limited (CHK) ในสัดส่วน 100% จาก Chevron Companies (Greater China) Limited เป็นการขยายการลงทุนไปยังตลาดพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นก้าวสำคัญทั้งในการขยายธุรกิจต่างประเทศ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบโลจิสติกส์พลังงาน โดย CHK มีธุรกิจน้ำมันค้าปลีก น้ำมันอุตสาหกรรม น้ำมันเรือเดินสมุทร คลังน้ำมัน และสถานีบริการทั่วฮ่องกง ซึ่งภายหลังเข้าซื้อบางจากจะยังคงดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Caltex ภายใต้สัญญาเครื่องหมายการค้า การลงทุนนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “Accelerating Bangchak 100x” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจระยะยาว

โครงสร้างธุรกรรมการเข้าซื้อ Chevron Hong Kong (CHK)

– CHK ดำเนินธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรม และเชื้อเพลิงทางทะเล: ให้บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านช่องทางค้าปลีก ภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจเดินเรือ

– เข้าซื้อหุ้น 100% จาก Chevron: ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Chevron Companies (Greater China) Limited

– มูลค่าการลงทุนเบื้องต้น 270 ล้านเหรียญสหรัฐ (อาจปรับตามส่วนต่างเงินทุนหมุนเวียน ณ วันที่แล้วเสร็จธุรกรรม)

– ไม่ต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นหรือหน่วยงานกำกับดูแล

– ได้รับสิทธิ์ใช้แบรนด์ Caltex จากผู้ขาย

– แหล่งเงินทุนจากเงินกู้สถาบันการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

– คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569

– ภายหลังการเข้าซื้อ บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น “Bangchak Hong Kong Limited”

เหตุผลเชิงกลยุทธ์ในการเข้าลงทุนใน CHK

– ฐานรายได้ที่มั่นคงและมีค่าการตลาดสูง

ธุรกิจการตลาดในฮ่องกงมีค่าการตลาดอยู่ในระดับสูงและมีเสถียรภาพ พร้อมกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้

– ศูนย์กลางโลจิสติกส์เชิงกลยุทธ์ของภูมิภาค

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนสินค้า การบริหารสินค้าคงคลัง และการกระจายสู่ตลาดภูมิภาค

– เสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยนและระบบกฎหมายที่เข้มแข็ง

ค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ระบบกฎหมายและหลักนิติธรรมช่วยเสริมความมั่นคงด้านการลงทุนและการดำเนินงานระยะยาว

– สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจการค้าน้ำมัน

ขยายแพลตฟอร์มการค้าน้ำมันและการเข้าถึงตลาดระดับภูมิภาคและสากล

– ช่องทางเชิงกลยุทธ์รองรับอุปทานในประเทศ

เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงจากภาวะผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปส่วนเกินในประเทศ

กรอบเวลาการดำเนินธุรกรรม (Indicative Timeline)

– ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น 100% (SPA Signing)

ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

– คาดว่าจะแล้วเสร็จธุรกรรม (Expected Completion)

คาดว่าการทำรายการจะแล้วเสร็จภายในช่วงกลางปี 2569

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ