พาณิชย์ เดินหน้าคุมราคาสินค้า จัด “ไทยช่วยไทย”

Date:

นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าร่วมกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยประเมินว่าผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังมีสต๊อกสินค้าเดิมเพียงพอ จึงยังไม่มีเหตุจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาในระยะนี้

อย่างไรก็ตาม จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยจัดหารือกับภาคเอกชนและสมาคมการค้าที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ สมาคมค้าปลีกค้าส่งไทย เพื่อร่วมกันจัดโครงการ “ไทยช่วยไทย” กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง แชมพู และผงซักฟอก ไปยังทุกภูมิภาค ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมนี้

ในด้านมาตรการทางกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เพื่อพิจารณาเพิ่มจำนวน “สินค้าควบคุม” โดยเฉพาะสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก เช่น เม็ดพลาสติก และน้ำดื่มบรรจุขวด พร้อมทั้งปรับมาตรการกำกับดูแล โดยให้ผู้ประกอบการต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนการปรับขึ้นราคาสินค้า จากเดิมที่แจ้งภายหลังการเปลี่ยนแปลงราคา ทั้งนี้ ครอบคลุมสินค้าในชีวิตประจำวัน อาทิ กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่านโครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิงหาคม ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการ “ธงเขียวพลัส” เพื่อช่วยลดต้นทุนเกษตรกรด้านปุ๋ยในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ซึ่งเป็นฤดูเพาะปลูกสำคัญ

สำหรับการกำกับดูแลราคาสินค้า ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งชุดผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานในส่วนภูมิภาค ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวม 393 แห่ง พบว่าสินค้าบางรายการ เช่น เนื้อสัตว์ มีการปรับราคาตามต้นทุนและสภาพอากาศ ขณะที่ราคาผักยังทรงตัว และบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบที่ผ่านมา พบผู้กระทำผิดกฎหมายจำนวน 13 ราย ใน 9 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว โดยย้ำว่ากระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าควบคุมราคาและดูแลผู้บริโภคอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง

ลงพื้นที่ติดตามภาวะราคาสินค้าและเงินเฟ้อ สื่อสารมาตรการลดต้นทุนและค่าครองชีพแก่ผู้ประกอบการและประชาชน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน และพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าครองชีพ ณ ตลาดรังสิต จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เพื่อติดตามภาวะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายนันทพงษ์ โฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในตลาดรังสิต พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ระดับราคามีทั้งปรับเพิ่มขึ้นและทรงตัว แตกต่างกันตามโครงสร้างต้นทุนของแต่ละสินค้า อาทิ เนื้อไก่และเนื้อสุกรที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบ ขณะที่สินค้าบรรจุภัณฑ์มีการปรับราคาสูงขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม สินค้าอาหารปรุงสำเร็จในตลาด เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่ง ยังไม่ปรับขึ้นราคา โดยผู้ประกอบการยังคงตรึงราคาและคงคุณภาพเพื่อรักษาฐานลูกค้า

นายนันทพงษ์ ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ ประชาชน เพื่อสื่อสารแนวทางมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลค่าครองชีพ ได้แก่ (1) มาตรการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ธงฟ้า) และการเชื่อมโยงผู้ผลิต–ค้าส่ง–ค้าปลีก เพื่อลดราคาถึงมือประชาชน (2) มาตรการช่วยลดต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และ (3) การกำกับดูแลราคาสินค้าภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างการพิจารณายกระดับมาตรการทางกฎหมาย ในการเพิ่มเติมรายการสินค้าควบคุม อาทิ น้ำดื่มบรรจุขวด และเม็ดพลาสติก รวมถึงปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า ผ้าอนามัย สบู่ และน้ำยาล้างจาน เพื่อป้องกันการส่งผ่านต้นทุนที่ไม่เหมาะสมไปยังผู้บริโภค

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวยังได้มีการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ราคาสินค้าในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการประเมินผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อต่อไป โดยโฆษกกระทรวงฯ ยังได้เน้นย้ำว่ากระทรวงพาณิชย์จะกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ราคาสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง อยู่ในระดับเหมาะสม และมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม การฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา การกักตุนสินค้า หรือการปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

SAM เดินหน้า Social AMC เต็มตัว เดินสายโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ ช่วยลูกหนี้เสียรายย่อย ปลดภาระหนี้ กลับเข้าสู่ระบบการเงิน และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน

‘รมต.ภราดร’ เร่งแก้ปัญหา กยศ. ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน เร่งเรียกเก็บเงินคืนต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์

นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งออกกฎหมายเฉพาะ สร้างกติกาเป็นธรรม–คุมผลกระทบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3

BFPL และ BPT ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 เพิ่มเติม โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ