“รุ่งเรืองตลอดไป” GLORY ออก GLORY-W1 จ่อขึ้น XW 28 ต.ค.นี้

Date:

นายจรัญพัฒณ์ บุญยัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน) “GLORY” หรือ Startup ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ (Startup Platform Online) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ล่าสุด คณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติให้บริษัทออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 1 (GLORY-W1) จำนวน 135 ล้านหน่วย โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 2 หุ้นสามัญ ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิฯ ซึ่งมีอายุใช้สิทธิ 5 ปี สามารถใช้สิทธิแปลงสภาพได้ทุกปี มีอัตราการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญที่ราคาหุ้นละ 1 บาท โดยจะขึ้น XW (วันที่ไม่ได้รับสิทธิซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิ) ในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 และจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิ (Record date) ในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 นี้

สำหรับวัตถุประสงค์ของการออกวอร์แรนท์ (Warrant) GLORY-W1 ในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการเตรียมความพร้อม และสร้างความยืดหยุ่นทางการเงินในการขยายธุรกิจในอนาคต และสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ ทั้งนี้ หากผู้ถือหุ้นใช้สิทธิแปลงสภาพทั้งหมด บริษัทฯก็จะได้เงินระดมทุนจำนวน 135 ล้านบาท ซึ่งจะใช้รองรับการขยายธุรกิจในช่วงระยะเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ บริษัทฯยังมองแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2565 ว่า จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากจะมีการรับรู้ผลประกอบการจากบริษัท Startup 2 บริษัท ได้แก่ INFINITY TO INFINITY (INFINITY) เป็นบริษัท Startup ด้าน Cyber Security ครบวงจร ซึ่งบริษัทได้เข้าลงทุนไปในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และบริษัท ดีดี-ทวินวัน จํากัด (DD II) เป็นบริษัท Startup ด้าน Healthcare & Lifestyle Business ซึ่งบริษัทฯได้เข้าลงทุนไปในช่วงปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา โดยผลประกอบการของทั้ง 2 บริษัท จะเข้ามาเสริมตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทฯได้ลงทุนใน DD II ในช่วงที่มีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้ว และมีการรับรู้รายได้เกิดเข้ามาทันที ส่งผลให้สร้างรายได้ให้กับ GLORY ทันทีในไตรมาส3/2565 เป็นต้นไป

ขณะที่ INFINITY ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการขยายทีมงาน เพื่อรองรับงานที่จะเข้ามามากขึ้นในอนาคต คาดว่าในช่วงไตรมาส 2/2566 จะมีการรับรู้ผลประกอบการจาก INFINITY ชัดเจน ทั้งนี้ ในปี 2565 บริษัทฯเชื่อว่าภาพรวมของรายได้จะสามารถเติบโตได้ที่ระดับ 20-50% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 93.43 ล้านบาท จากการขับเคลื่อนผ่าน 4 กลุ่มไลน์ธุรกิจ โดยประกอบด้วย 1.Main Business (กลุ่มธุรกิจเดิม คือ Startup Platform ประเภทวรรณกรรมออนไลน์ ได้แก่ Kawebook.com และ Jinovel.com ), 2.Main Business Prototype (การต่อยอดจากธุรกิจเดิม), 3.New Production Line Prototype (กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ เช่น กลุ่มเกมส์ ที่เตรียมเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1/2566 ) และ 4.Startup & SME Investment (การร่วมลงทุนในธุรกิจที่เป็นเทรนด์ในอนาคต) โดยปัจจุบันบริษัทฯมีการศึกษาขยายการลงทุนในทุกกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งด้วยกระแสเงินสดที่มีอยู่ในระดับสูง ประกอบกับบริษัทไม่มีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ระดับ 0.06 เท่า

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากความสำเร็จในการเข้าลงทุนใน 2 บริษัทในกลุ่ม Startup ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯ มีแผนศึกษาการเข้าลงทุน กลุ่มธุรกิจ Startup เพิ่ม ซึ่งขณะอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจาในเบื้องต้นแล้ว 2 บริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ Media (สื่อ) และกลุ่มธุรกิจ Tech (เทคโนโลยี) โดยแผนการลงทุนดังกล่าว บริษัทฯอยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการ อย่างเร็วที่สุดคือภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

บริษัทฯมองโอกาสลงทุนในกลุ่ม Startup เนื่องจากมองว่าธุรกิจในกลุ่มดังกล่าว ยังมีแนวโน้มศักยภาพการขยายการเติบโตได้สูง เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ดังนั้นจะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจได้ดี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นผลเชิงบวกต่อการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทฯมองการเติบโตในอนาคต หลังจากที่เข้าลงทุนในกลุ่ม Startup ว่า ตั้งแต่ปี2566 บริษัทฯจะมีสัดส่วนรายได้จากการลงทุนในกลุ่ม Startup ที่ประมาณ 30 – 60% ซึ่งจะผลักดันภาพรวมอัตราการเติบโตของรายได้รวม ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป มีโอกาสเติบโตเฉลี่ยปีละ 20-50% ซึ่งสอดรับกับแผนการปรับโครงการธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็น “Startup โฮลดิ้ง คอมพานี”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.รุ่งเรืองตลอดไป ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงภาพรวมอุตสาหกรรมงานประเภทวรรณกรรมออนไลน์ว่า ตลาด Platform (แพลตฟอร์ม)ดังกล่าว มีอัตราเติบโตเฉลี่ยที่ประมาณ 14% ต่อปี ซึ่งบริษัทฯเชื่อว่าตลาดภายในประเทศไทยก็ยังมีโอกาสเติบโตสูงเช่นกัน เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้ จะมีอายุตั้งแต่ 18-40 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว ดังนั้น จึงถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่เป็นเทรนด์ของอนาคต

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กรมศุลกากร ยึดกระเป๋าหรูปลอม 169 ใบ มูลค่าเสียหาย 4.4 ล้านบาท

กรมศุลกากร ตรวจยึดกระเป๋าละเมิดเครื่องหมายการค้า 169 ใบ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 4.4 ล้านบาท

ผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า ปรับแผนรับโครงสร้างภาษี EV ใหม่ 

MGC-ASIA และ XPENG ยืนยันความเชื่อมั่นในประเทศไทย พร้อมเตรียมแผนรับโครงสร้างภาษี EV ใหม่ มุ่งพัฒนาธุรกิจและศึกษาการลงทุนระยะยาว

รัฐบาล เดินหน้ายกระดับเกษตรไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

รัฐบาล เดินหน้ายกระดับเกษตรไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อน Net Zero 2050 นายกฯ สั่งเร่งพัฒนาแหล่งน้ำ–เกษตรอัจฉริยะ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและรายได้เกษตรกร

ครม. เห็นชอบกู้เงินให้ รฟท. ใช้ 18,000 ล้านบาท

ครม. เห็นชอบกู้เงินให้ รฟท. ใช้ 18,000 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ไม่พอกับรายจ่ายดำเนินงาน